ค่าจ้างนักสืบ สืบทรัพย์ บังคับคดี

0

ค่าจ้างนักสืบ สืบทรัพย์ บังคับคดี

ค่าจ้างนักสืบ สืบทรัพย์ บังคับคดี ตามคำพิพากษา โดยการสืบหาทรัพย์สินที่เป็นของลูกหนี้ คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของลูกหนี้ ทั้งทรัพย์สินที่เป็น สังหาริมทรัพย์ เช่น รถยนต์ อุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงาน เครื่องจักรอุตสาหกรรม เป็นต้น อสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน อาคาร สิ่งปลูกสร้างต่างๆ ตลอดจน บัญชีเงินฝากธนาคาร และดำเนินการบังคับคดีเพื่อให้ลูกหนี้ได้รับการชำระหนี้ตามคำพิพากษา ตามปกติแล้ว เมื่อเจ้าหนี้ไม่ได้รับการชำระหนี้จากลูกหนี้ เจ้าหนี้ก็จะใช้สิทธิในการยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อบังคับให้ลูกหนี้ทำการชำระหนี้ เมื่อศาลพิพากษาว่า จำเลย(ลูกหนี้)มีความผิดตามฟ้องของโจทก์(เจ้าหนี้) และมีคำสั่งให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์นั้น ไม่ได้หมายความว่าเจ้าหนี้จะได้รับการชำระหนี้จากลูกหนี้ในทันทีทันใด เพราะลูกหนี้บางคนอาจยังไม่ยินยอม ชำระหนี้ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด เจ้าหนี้จึงมีหน้าที่ต้องดำเนินการบังคับคดีลูกหนี้ให้ชำระหนี้ตามคำพิพากษา ซึ่งการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ได้กำหนดให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้ชนะคดีตามคำพิพากษาต้องปฏิบัติตามกฎหมายเสียก่อน จึงจะมีอำนาจนำเจ้าพนักงานบังคับคดีออกอายัดทรัพย์ ยึดทรัพย์ ของลูกหนี้ หรือขับไล่แล้วแต่กรณีไป จึงจะเห็นได้ว่าการสืบหาทรัพย์สินของลูกหนี้นั้นเป็นหน้าที่ของโจทก์(เจ้าหนี้) ไม่ใช่หน้าที่ของเจ้าพนักงานบังคับคดี และไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำการสืบหาทรัพย์สินของลูกหนี้ เพราะคงไม่มีลูกหนี้รายใดยินยอมบอกเจ้าหนี้ว่าตนเองมีทรัพย์สินอะไรอยู่บ้าง เพื่อให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมายึดทรัพย์ไปโดยง่าย และลูกหนี้ตามคำพิพากษาบางรายอาจจะดำเนินการยักย้าย จำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สินต่าง ๆ ไปก่อนที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะตามยึดทรัพย์เหล่านั้นเสียอีก ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจจะเข้าข่ายเป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ได้อีกด้วยเทคโนโลยี่ในงานนักสืบ

การสืบทรัพย์

การสืบทรัพย์

การสืบหาว่าลูกหนี้มีทรัพย์สินอะไรอยู่บ้าง เป็นขั้นที่ตอนยากที่สุดของการบังคับคดี ซึ่งยากกว่าการฟ้องคดีเพื่อบังคับให้ลูกหนี้ชำระหนี้เสียอีก เนื่องจากลูกหนี้ไม่ต้องการที่จะชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ ก็ย่อมที่จะปกปิด ซ่อนเร้น ทรัพย์สินของตน หรือมีการจำหน่าย หรือโอนทรัพย์สินของตนไปให้ผู้อื่น เพื่อไม่ให้เจ้าหนี้หาพบ ดังนั้นการสืบทรัพย์ ผู้ที่ทำการสืบฯต้องมีความรู้เรื่องกฎหมายเป็นอย่างดี มีความรู้ความชำนาญในงานสืบสวน และมีประสบการณ์ในการบังคับคดีภาคสนาม เพราะไม่เช่นนั้นเจ้าหนี้อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เป็นจำนวนมาก และไม่สามารถสืบหาทรัพย์สินของลูกหนี้พบด้วย ทั้งนี้ในส่วนของข้อมูลส่วนตัว หรือข้อมูลที่เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ถือเป็นสิทธิเฉพาะตัวของลูกหนี้ ถ้าลูกหนี้ไม่ยินยอมก็ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะผู้ที่ทำการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวอาจมีความผิดได้ ทำให้หน่วยงานราชการ ธนาคาร หรือหน่วยงานเอกชนต่างๆ ไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลของลูกหนี้ให้เจ้าหนี้ทราบ เว้นแต่มีบางกรณีหากเป็นผู้มีส่วนได้เสียในเรื่องดังกล่าวแล้วก็สามารถร้องขอเพื่อดำเนินการตรวจสอบได้

ดังนั้น ทีมงานของ จึงต้องรับหน้าที่ในการสืบหาทรัพย์สินทุกประเภทที่เป็นของลูกหนี้ ทั้งอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน คอนโด ที่ดิน สังหาริมทรัพย์ เช่น รถ ตลอดจนทรัพย์สินอื่นๆ ที่ลูกหนี้มีอยู่ หรือสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ เช่น เงินในบัญชีธนาคาร เงินที่จะได้รับตามสัญญาจ้าง การเป็นหุ้นส่วนธุรกิจ การเป็นเจ้าของหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ เงินปันผล เป็นต้น และเมื่อสืบพบแล้วก็ต้องทำการวิเคราะห์และตรวจสอบอีกว่า ทรัพย์นั้นสามารถยึด อายัดได้หรือไม่ โดยต้องพิจารณาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 285 และ286 ซึ่งได้บัญญัติไว้ว่าทรัพย์สินใดยึดได้ ทรัพย์สินใดยึดไม่ได้

ขั้นตอนในการ สืบทรัพย์ บังคับคดี ตามคำพิพาษา

  1. หลังจากศาลมีคำพิพากษาแล้ว หากจำเลยไม่มาฟังคำพิพากษา ทนายความจะส่งคำบังคับให้จำเลยทราบ โดยแถลงต่อศาลที่โจทก์ได้ฟ้องคดีเป็นหนังสือตามแบบของศาลและนำหมายส่งคำบังคับ เพื่อให้จำเลยชำระหนี้ตามคำพิพากษา หากพ้นกำหนดตามคำบังคับแล้ว จำเลยไม่ยอมปฏิบัติตาม หรือไม่ยอมชำระหนี้ ทนายความจะขอต่อศาลให้ออกหมายบังคับคดี ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อยึด อายัดทรัพย์ของจำเลยมาใช้หนี้ ตามคำพิพากษา พร้อมคัดถ่ายสำเนาคำพิพากษาของศาล , คำบังคับ , หมายบังคับคดีของศาลเพื่อใช้ประกอบในการยึดทรัพย์ของจำเลยต่อไป
  2. ขั้นตอนในการสืบทรัพย์ของลูกหนี้ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ยากที่สุดในกระบวนการนี้ ทรัพย์ที่สืบพบก็ต้องแน่ใจว่าเป็นของลูกหนี้จริงๆ จึงจะทำการยึดทรัพย์ได้ ซึ่งทางบริษัทฯ จะให้นักสืบที่ชำนาญการในการสืบทรัพย์ดำเนินการดังนี้
    • เพื่อสืบหาในบัญชีที่เป็นชื่อลูกหนี้ (รวมทั้งกรณีที่ลูกหนี้ใช้ชื่อคนอื่นในการเปิดบัญชีธนาคารแทนชื่อตนเอง) ตามบัญชีเงินฝากธนาคารต่างๆ หรือลูกหนี้มีการลงทุนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ หุ้นกู้ ทองคำ พันธบัตรรัฐบาล มีการลงทุนในกองทุนต่างๆ ของสถาบันการเงิน หรือมีการซื้อสลากออมสินอยู่ที่ใดหรือไม่
    • เพื่อหาว่าลูกหนี้มีเงินเดือนหรือผลตอบแทนอื่นใด (เช่น ค่าคอมมิชชั่น) จากการประกอบอาชีพ หรือการทำงานหรือไม่
    • เจ้าหน้าที่ของ จะทำการ สืบทรัพย์ เพื่อหาทรัพย์สินที่เป็นสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของลูกหนี้ เช่น รถยนต์ , ทรัพย์สินภายในที่พักอาศัย ทรัพย์สินที่เป็นอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงาน หรือเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น
    • เพื่อสืบหาทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของลูกหนี้ เช่น ที่ดิน บ้าน คอนโดมิเนียม ร้านค้า สิ่งปลูกสร้างต่างๆ อาคาร สำนักงาน โรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น
    • เจ้าหน้าที่ของ จะทำการ สืบทรัพย์ เพื่อสืบหาว่าลูกหนี้มีการประกอบธุรกิจ หรือเป็นหุ้นส่วนร่วมลงทุนในบริษัท ห้างร้าน หรือการประกอบกิจการอื่นใดอีกหรือไม่
    • เจ้าหน้าที่ของ จะทำการ สืบทรัพย์ เพื่อสืบหาว่าลูกหนี้มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาอันมีมูลค่าด้วยหรือไม่ เช่นลูกหนี้มีการจดทะเบียนเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ , สิทธิบัตร , เครื่องหมายการค้า ของสินค้าชนิดใดหรือไม่ เป็นต้น
    • เพื่อสืบว่าลูกหนี้มีสิทธิที่จะได้รับการชำระหนี้จากลูกหนี้ของลูกหนี้ตามกฎหมายหรือไม่ เช่น ลูกหนี้มีลูกหนี้อื่นที่ต้องชำระเงินแก่ลูกหนี้หรือไม่ (กรณีลูกหนี้เป็นเจ้าหนี้คนอื่นอีก) รวมถึงสัญญาจ้างต่างๆ ที่ลูกหนี้มีสิทธิได้รับค่าจ้าง สัญญาเช่าที่ลูกหนี้มีสิทธิได้รับค่าเช่า ตลอดจนสัญญาซื้อขายที่ลูกหนี้มีสิทธิ์ได้รับเงินตามสัญญาด้วย เพื่อที่เจ้าหนี้จะได้ดำเนินการใช้สิทธิเรียกร้องจากลูกหนี้ตามกฎหมายต่อไป
    • เจ้าหน้าที่ของ จะทำการ สืบทรัพย์ เพื่อสืบหาทรัพย์สินที่ลูกหนี้ได้จำหน่าย จ่าย หรือโอนทรัพย์สินให้กับบุคคลอื่นในระหว่างที่เป็นหนี้เจ้าหนี้ว่ามีทรัพย์สินเหล่านั้นหรือไม่ เช่น ลูกหนี้ได้มีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินของตนเองให้กับบุคคลอื่นโดยมีเจตนาเพื่อไม่ให้เจ้าหนี้ได้รับการชำระหนี้ หรือมีการทำสัญญาในลักษณะที่เป็นนิติกรรมอำพราง เช่น แกล้งว่าตนเองเป็นหนี้เงินกู้บุคคลอื่นอีกโดยการทำสัญญาเงินกู้ขึ้นมาใหม่อีก โดยที่ตนเองไม่ได้เป็นหนี้จำนวนนั้นแต่อย่างใด เพื่อเจ้าหนี้จะได้ดำเนินการฟ้องเพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวที่ลูกหนี้ได้กระทำขึ้นเพื่อเจตนาไม่ให้เจ้าหนี้ได้รับการชำระหนี้ หรือฟ้องลูกหนี้ในข้อหาโกงเจ้าหนี้ต่อไปแล้วแต่กรณี
  3. ทนายความของ จะตั้งเรื่องยึดทรัพย์ตามประเภททรัพย์ที่ยึดได้ หากทรัพย์ที่ต้องการจะยึดอยู่นอกเขตอำนาจศาลที่ฟ้องคดี ต้องทำการตั้งเรื่องยึดทรัพย์ข้ามเขตยังสำนักงานบังคับคดีพื้นที่ที่อยู่ในเขตอำนาจของศาลนั้น เมื่อสืบทรัพย์พบทรัพย์สินของลูกหนี้อย่างใดอย่างหนึ่งตามข้อ 2. แล้ว ทางทนายความของ จะดำเนินการบังคับคดี ตามประเภทของทรัพย์สินที่สืบทรัพย์พบ ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้
    1. ทรัพย์สินของลูกหนี้ที่สืบทรัพย์พบเป็นเงินสดซึ่งอยู่ในบัญชีเงินฝากธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นบัญชีประเภทใด (ทั้งฝากประจำ ออมทรัพย์ หรือบัญชีประเภทอื่น) ทนายความของ จะแจ้งรายละเอียดของบัญชีเหล่านั้นให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบ จากนั้น เจ้าพนักงานบังคับคดีจะทำการอายัดเงินในบัญชีดังกล่าว โดยการส่งหนังสือแจ้งการอายัดไปยังธนาคารที่ลูกหนี้ได้เปิดบัญชีเอาไว้นั้นเพื่อให้ธนาคารนำส่งเงินให้กับเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีจะได้แจ้งให้เจ้าหนี้มารับเงินดังกล่าวต่อไป (กรณีนี้เจ้าหนี้จะได้รับเงินเร็วที่สุด)
    2. ทรัพย์สินของลูกหนี้ที่สืบทรัพย์พบเป็นสังหาริมทรัพย์ประเภทต่างๆ เช่น รถยนต์ , อุปกรณ์หรือเครื่องมือเครื่องใช้ภายในบ้านพัก , เครื่องจักรกลในโรงงานอุตสาหกรรม , สินค้าต่างๆ ของลูกนี้ที่ผลิตเสร็จแล้ว หรือ อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ในสำนักงาน เป็นต้น ทนายความของ จะทำการนัดหมายกับเจ้าพนักงานบังคับคดี แล้วนำเจ้าพนักงานบังคับคดีออกไปทำการตรวจยึดทรัพย์สินดังกล่าวตามสถานที่ที่พบทรัพย์สินนั้นๆ ตั้งอยู่ เพื่อนำทรัพย์สินดังกล่าวออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดมาชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ต่อไป
    3. ทรัพย์สินของลูกหนี้ที่สืบทรัพย์พบเป็นอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน , บ้าน , คอนโดมิเนียม , สิ่งปลูกสร้าง , อาคาร สำนักงาน หรือโรงงานอุตสาหกรรม โกดังเก็บสินค้า เป็นต้น ทนายความของ จะทำการคัดถ่ายสำเนาเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์เหล่านั้นจากสำนักงานที่ดินที่อสังหาริมทรัพย์นั้นๆ ตั้งอยู่ (รับรองสำเนา) พร้อมทำแผนที่ , ถ่ายรูป รวมถึงราคาประเมินเบื้องต้น นำมาทำการตั้งเรื่องยึดทรัพย์ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะได้ทำเรื่องยึดทรัพย์แจ้งไปยังนายทะเบียนของอสังหาริมทรัพย์นั้นๆ และแจ้งลูกหนี้หรือผู้มีส่วนได้เสียทราบตามกฎหมาย และทำการประเมินราคา แล้วนำอสังหาริมทรัพย์นั้นออกขายทอดตลาด เพื่อนำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดมาชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ต่อไป
    4. ทรัพย์สินของลูกหนี้ที่สืบทรัพย์พบเป็นทรัพย์สินประเภทอื่น เช่น การประกอบธุรกิจ บริษัท ห้างหุ้นส่วน ร้านค้า หุ้น หรือหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ สิทธิความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาประเภทต่างๆ ทนายความของ จะแจ้งรายละเอียดของทรัพย์สินเหล่านั้นให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบ เพื่อทำการอายัดและยึดทรัพย์ เพื่อนำเอาทรัพย์สินเหล่านั้น ออกขายทอดตลาด เพื่อนำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดมาชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ต่อไป
  4. ขั้นตอนการขายทอดตลาดทรัพย์สินของลูกหนี้ ในการขายทอดตลาดจะเป็นการขายทรัพย์สินของลูกหนี้ซึ่งได้ทำการยึดมาแล้วโดยเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยจะเป็นการประมูลขายให้กับบุคคลทั่วไป (ในบางกรณีลูกหนี้อาจส่งตัวแทนเข้าร่วมการประมูลด้วยก็ได้) ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการจะซื้อทรัพย์สินนั้นได้มีการเสนอราคาแข่งกัน ใครให้ราคาที่สูงกว่าก็จะได้ทรัพย์สินนั้นไป (ในกรณีที่ราคาที่ประมูลต่ำกว่าความเป็นจริงเกินไป เจ้าพนักงานบังคับคดีสามารถที่จะทำการคัดค้านราคาขายได้) โดยปกติแล้วทางสำนักงานบังคับคดีจะนัดหมายการประมูลไว้ 4 ครั้ง (หากขายได้ก่อนก็จะยกเลิกนัดถัดไปโดยอัตโนมัติ) ซึ่งขั้นตอนการขายทอดตลาดดังกล่าวทางจะให้ทนายความทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลการขายทอดตลาดทุกครั้ง เพื่อป้องกันการเสียเปรียบของเจ้าหนี้ในการขายทอดตลาดในทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ทำการตรวจยึดมาได้ อันเป็นการรักษาผลประโยชน์ของเจ้าหนี้อย่างเต็มที่ เพื่อให้เจ้าหนี้ได้รับการชำระหนี้มากที่สุด
  5. เจ้าหน้าที่หรือทนายความของ การคิดบัญชีและรับเงินจากเจ้าพนักงานบังคับคดีสํานักงานนักสืบ

ค่าจ้างนักสืบ สืบทรัพย์

ค่าจ้างนักสืบ สืบทรัพย์ บังคับคดี

  • ก่อนเริ่มงาน จะมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเบื้องต้นในการดำเนินการสืบทรัพย์บังคับคดี โดยคิดค่าใช้จ่ายเบื้องต้นตามขอบเขตในการสืบทรัพย์แต่ละคดี เช่น ให้สืบหาทรัพย์สินของใครบ้าง เป็นทรัพย์เฉพาะตัวของลูกหนี้ หรือของคู่สมรสด้วย (อัตราขั้นต่ำอยู่ที่15,000 บาท ขึ้นอยู่กับข้อตกลงแล้วแต่กรณี)
  • จะทำหนังสือสัญญาว่าจ้างสืบทรัพย์บังคับคดี และหนังสือมอบอำนาจเพื่อให้ท่าน หรือผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องทำการมอบอำนาจให้ทาง ดำเนินการติดตามสืบทรัพย์บังคับคดีกับลูกหนี้ของท่าน
  • จะทำการสืบหาทรัพย์สินของลูกหนี้ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับงาน ไม่ว่าจะสืบหาทรัพย์สินของลูกหนี้พบหรือไม่ก็ตาม จะแจ้งท่านทราบเป็นลายลักษณ์อักษรในรายละเอียดที่ทาง ได้ดำเนินการสืบสวนไปแล้ว ว่าทาง  ได้ดำเนินการอะไรให้ท่านไปบ้าง
  • เมื่อ ได้ดำเนินการให้ลูกหนี้ของท่านชำระหนี้ให้แก่ท่าน หรือมีการยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ทำการขายทอดตลาดแล้ว หรือ มีการดำเนินการอื่นไม่ว่าด้วยกรณีใดๆ เพื่อให้ท่านได้รับชำระหนี้ เมื่อท่านได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้หรือตัวแทนลูกหนี้แล้ว ทาง  จะคิดค่าจ้างจากท่านอีก ร้อยละ 20-30 ของยอดเงินที่ท่านได้รับ (คิดตามจำนวนเงินสดที่ท่านได้รับในแต่ละครั้งขึ้นอยู่กับข้อตกลงแล้วแต่กรณี)
  • ในการทำงานแต่ละขั้นตอน  จะมีการรายงานความคืบหน้าให้ท่านทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ว่า ได้ดำเนินการอะไรไปบ้าง
  • การบริการสืบทรัพย์บังคับคดีนี้  จะเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมดตั้งแต่การสืบทรัพย์ของลูกหนี้ การตั้งเรื่องยึดหรืออายัดทรัพย์ การขับไล่ การนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ จนถึงดูแลการขายทอดตลาดทรัพย์สินของลูกหนี้ให้แก่ท่าน จนกว่าท่านจะได้รับเงินจากลูกหนี้หรือจำเลย จนเสร็จสิ้นกระบวนการ โดยในขั้นตอนการสืบทรัพย์นั้น จะดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ซึ่งมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการสืบหาทรัพย์สิน และในขั้นตอนการยึด หรืออายัดทรัพย์นั้นจะดำเนินการโดยทนายความที่มีความชำนาญ และมีประสบการณ์สูง ซึ่งจะทำให้ท่านมั่นใจได้ว่า ท่านมีโอกาสที่จะได้รับการชำระหนี้จากลูกหนี้มากที่สุด

นักสืบระดับมืออาชีพ

จากประสบการณ์ที่รับราชการตำรวจมาเป็นเวลา 28 ปี และได้ทำงานด้านสืบสวน สอบสวน จนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และทำให้รู้ว่าการสืบหาอะไรสักอย่างไม่ใช่เรื่องยากแต่ก็บางอย่างก็ไม่เรื่องง่ายอย่างที่คิด

หลังจากที่ผมได้ลาออกจากราชการและรับงานนักสืบจนเป็นที่ถูกอกถูกใจผู้ว่าจ้างมานักต่อนัก แต่ผมก็ไม่เคยหยิ่งผยองว่าตัวเองเก่งกาจเพราะก็มีเรื่องที่เกิดความสามารถเช่นการสืบข้ามประเทศซึ่งยอมรับว่าทีมงานของเราทำงานลำบากมาก

ไม่ว่าภารกิจในการติดตามสืบสวนในเรื่องของผู้ว่าจ้างจะเล็กหรือใหญ่ ทางเราจะให้ความสำคัญกับทุกคดี จะเห็นว่าในบางกรณีที่ท่านผู้ว่าจ้างไปติดต่อแจ้งความร้องทุกข์ตามสถานีตำรวจตามปกติ เรื่องของท่านอาจจะไม่ได้รับการดูแล หรือติดตามในขณะนั้น เมื่อผู้ว่าจ้างนำเรื่องของท่านมาว่าจ้างเรา เมื่อมีการตกลงทำสัญญาว่าจ้างกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราจะเริ่มดำเนินการในเรื่องของท่านในทันที