บ้านสองชั้นสไตล์มินิมอล

0

บ้านสองชั้นสไตล์มินิมอล ออกแบบให้มีลักษณะเป็นรูปตัว T ดูเรียบสบายตาด้วยโทนสีขาว และมีฟาซาดทำหน้าที่กรองแสงและพรางตัวจากสายตาภายนอกได้  เป็นผลงานออกแบบจากทีมสถาปนิก ชื่อดัง เข้ามารังสรรค์แปลงดินโล่งๆให้กลายเป็นอาณาจักรส่วนตัว เข้ามาเติมเต็มเรื่องราวของบ้านหลังนี้ บอกเล่าความเป็นตัวตนของเจ้าของบ้านผ่านงานตกแต่งให้ภาพออกมาแจ่มชัดและสะท้อนรสนิยมของผู้อยู่อาศัยมากยิ่งขึ้น

ถ้าหากให้การตกแต่งภายในมีความสอดคล้องไปกับงานสถาปัตยกรรม การมาลงตัวในการตกแต่งภายในสไตล์มินิมอล คุมโทน ขาว เทา ดำ ผสมผสานไปกับเส้นสายเรขาคณิต เรามักจะเห็น เส้นเฉียง เส้นสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม และเส้นในแบบอื่นๆ แฝงตัวอย่างกลมกลืนอยู่ในทุกจุดของบ้าน ทางเข้าตอนหน้าช่วยลดทอนอาคารรูปทรงกล่องให้น่าเชื้อเชิญด้วยฝ้าเพดานไม้ ประตูไม้เปิดเข้าสู่ตัวบ้านปรับบ้านผู้สูงอายุแก้หลับยาก

บ้านสองชั้นสไตล์มินิมอล

บ้านสไตล์มินิมอล

โดยด้านหน้าเมื่อเข้ามาจะพบกับบริเวณชั้นล่างมีการออกแบบผังให้สเปซเปิดโล่งเชื่อมถึงกันโดยไม่มีผนังกั้น แบ่งออกเป็นห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร และห้องครัว เลือกตกแต่งด้วยไม้ เน้นความโปร่งและผ่อนคลาย สามารถเปิดมุมมองไปยังสวนได้ โดยจุดเด่นคือห้องโถงบันได ถูกออกแบบให้เป็นชั้นโปร่งๆ สร้างลูกเล่นเป็นชั้นวางเหล็กสอดคล้องไปกับบันได ทำหน้าที่สำหรับเก็บของไปพร้อมๆกับเป็นฉากกั้นให้กับห้องนั่งเล่น และห้องรับประทานอาหาร ช่วยบังสายตาจากภายนอกสู่ภายใน เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัว และดูเป็นสัดส่วนจากด้านหน้า แต่ทว่าไม่ทึบตัน

ห้องนั่งเล่นและห้องรับประทานอาหาร พื้นที่ใช้งานหลักทั้งสองเชื่อมโยงต่อเนื่องเป็นพื้นที่เดียวกัน เปิดมุมมองไปยังสวนด้วยผนังกระจกบานใหญ่ ตกแต่งในโทนสีที่เรียบง่าย ผ่อนคลาย มีการเซาะร่องไม้ ห้องนั่งเล่นวางเพียงโซฟาหนัง เพิ่มความอบอุ่นด้วยกระเบื้องลายไม้บนผนัง ในส่วนของห้องรับประทานอาหาร เลือกใช้หน้าบานตู้สีน้ำเงินเข้มขับให้ห้องดูเรียบขรึมมีสไตล์ ตัดกับโต๊ะรับประทานอาหารสีขาว วางเก้าอี้ไม้เข้ากัน แล้วประดับด้วยโคมไฟขนาดใหญ่สีขาวที่ห้อยลงมาอย่างพอดิบพอดี

ห้องครัวออกแบบทันสมัย เปิดรับสวนข้างบ้านด้วยช่องหน้าต่างกว้างแบบครัวไทย โดยใช้กระจกบานเฟี้ยมสามารถเปิดปิดได้สะดวก ช่วยให้ระบายควันและกลิ่นได้ดี ผนังกรุกระเบื้องสีขาว เข้ากันดีกับหน้าบานสีเทา ส่วนด้านบนทำชั้นเก็บของเลือกใช้หน้าบานกระจกฝ้า ช่วยให้มองเห็นข้าวของเครื่องใช้ที่อยู่ภายใน

เมื่อขึ้นมาบริเวณชั้นสองจะเห็นผนังทอดยาวตลอดแนวทางเดิน ตกแต่งด้วยลวดลายกราฟิกมีลักษณะเป็นเส้นสามเหลี่ยมนำสู่ Master Bedroom กลมกลืนไปกับบานประตูห้องนอนเล็ก ทำเป็นตู้บิลท์อินสำหรับเก็บของ

ห้องนั่งเล่นในห้องนอนอีกหนึ่งมุมพักผ่อนของเจ้าของบ้าน ตกแต่งในบรรยากาศอบอุ่นด้วยไม้สีเข้ม ผสานกลิ่นอายของเฟอร์นิเจอร์สไตล์สแกนดิเนเวีย มีฟาซาดสามารถเปิด-ปิด เพื่อพรางความเป็นส่วนตัวและช่วยกรองแสงแดดก่อนเข้าสู่ส่วนพักอาศัย

ห้องน้ำควรเปิดโล่งรับแสงธรรมชาติด้วยกระจกเต็มผนัง เปิดมุมมองสู่สวนกลางบ้าน เพิ่มลูกเล่นให้ห้องน้ำสีขาวเรียบด้วยลวดลายของกระเบื้อง

การออกแบบหลังคาเป็นสิ่งสำคัญ เพราะนอกจากต้องดีไซน์ให้สวยงาม เหมาะสมกับสไตล์บ้านแล้ว ยังต้องสามารถรองรับกับสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยได้ดีด้วย

บ้านสองชั้นสไตล์มินิมอล

บ้านสไตล์โมเดิร์น

บ้านสไตล์โมเดิร์น ที่ต้องการลดทอนองค์ประกอบที่ไม่จำเป็นออกไป และคงไว้เพียงรูปทรงเรียบง่ายที่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุด บ้านสไตล์นี้จึงถูกออกแบบด้วยรูปทรงเรขาคณิตทันสมัย เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานหลากหลาย สามารถดูแลรักษาง่ายเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบันที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และมักมีรูปทรงเป็นกล่องๆ นิยมทำผนังหรือช่องแสงเป็นกระจกบานใหญ่ โดยเฉพาะส่วนของหลังคาที่เป็นแบบหลังคาแบนเรียบหรือหลังคาสแลบ (Flat Slab) ไม่มุงกระเบื้องและไม่มีชายคา ซึ่งนั่นอาจไม่ค่อยเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยที่ร้อนจัดและมีฝนตกหนักในช่วงฤดูฝน

หลังคาแบนเรียบหรือหลังคาสแลบ (Flat Slab ) เป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กหล่อในที่ให้เป็นหลังคา โดยผืนหลังคาจะต้องเผชิญกับแสงแดดและฝนโดยตรง อีกทั้งคุณสมบัติของคอนกรีตที่สามารถดูดซับความร้อนได้ดี จึงทำให้สะสมความร้อนไว้มากกว่าหลังคาแบบอื่นๆ ซึ่งส่งผลทำให้ภายในบ้านร้อนอบอ้าว อยู่ไม่สบาย รวมถึงหลังคาแบนมีระดับองศาความลาดชันต่ำ ทำให้การระบายน้ำฝนทำได้ช้า จึงอาจเกิดปัญหาการรั่วซึมและส่งผลกระทบกับส่วนอื่นๆ ของบ้านตามมาภายหลัง
สำหรับบ้านสไตล์โมเดิร์นแบบไทยๆ นอกจากจะคำนึงถึงวัสดุองค์ประกอบอาคารที่ดูเรียบง่าย มีเส้นสายน้อยๆ แล้ว ควรต้องออกแบบหลังคาให้มีรูปทรงที่สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศของเมืองไทย โดยเน้นความสูงโปร่งเพื่อให้สามารถถ่ายเทอากาศและระบายน้ำฝนได้ดี

หลังคาทรงสูง จึงเป็นทรงหลังคาที่เหมาะสมกับบ้านในเขตภูมิอากาศร้อนชื้นของไทยที่มีทั้งแดดจัดและฝนตกหนัก โดยอาจเลือกเป็นหลังคาทรงจั่วหรือทรงปั้นหยา ด้วยการประยุกต์ให้เข้ากับสไตล์โมเดิร์นมากขึ้น เช่น การลดทอนความซับซ้อนลง และเลือกใช้กระเบื้องหลังคาแบบเรียบ เป็นต้น ซึ่งทรงหลังคาที่มีองศาความลาดชันสูง จะช่วยลดพื้นผิวสัมผัสในการรับความร้อนจากดวงอาทิตย์โดยตรง และมีโถงพื้นที่ภายใต้หลังคา เพื่อระบายอากาศร้อนที่ลอยตัวขึ้นด้านบนออกไปภายนอกบ้านอย่างรวดเร็ว จึงทำให้ภายในบ้านมีอากาศเย็นสบายและปลอดโปร่ง ซึ่งหากออกแบบให้มีชายคาที่ยื่นยาวออกไป ก็เปรียบเสมือนเป็นร่มชั้นดีที่ช่วยเพิ่มร่มเงาให้กับบ้าน และสามารถป้องกันฝนสาดเข้าสู่ภายในบ้านได้เป็นอย่างดี

โดยส่วนใหญ่บ้านในประเทศไทยมักอยู่ในบรรยากาศที่แวดล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ นอกจากจะเลือกกระเบื้องและโครงสร้างหลังคาที่แข็งแรงแล้ว การออกแบบหลังคามีความชันสูง จะช่วยป้องกันไม่ให้กิ่งไม้ และใบไม้หล่นทับถมบนหลังคา ซึ่งเป็นสาเหตุที่อาจทำให้เกิดปัญหาหลังคารั่วตามมาในอนาคต
แม้สไตล์จะเป็นตัวกำหนดรูปแบบของบ้าน แต่หลักสำคัญของการออกแบบบ้านที่ดี ควรประยุกต์ให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของเมืองไทย เพื่อทำให้บ้านมีสภาวะน่าสบาย สามารถอยู่อาศัยได้อย่างมีความสุข มั่นคงและปลอดภัย

บ้านสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอล

ตัวบ้านถูกออกแบบเป็นอาคารรูปทรงโมเดิร์น 3 ชั้น แฝงด้วยกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมสไตล์ทรอปิคอล ให้บ้านหลังใหญ่ถูกโอบล้อมด้วยธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศร้อนชื้น และเปิดรับทิวทัศน์รอบบ้านได้ทุกมุม ห้องทุกห้องเรียงตัวรับลม ทำให้อากาศภายในไหลเวียน มากไปกว่านั้นสถาปนิกได้ศึกษาความเป็นอยู่ตามแบบวิถีชีวิตของชาวอินเดีย ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ในเชิงครอบครัว จึงได้พบว่าชาวอินเดียส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับครอบครัวค่อนข้างมาก มักพบปะกันเป็นประจำในหมู่เครือญาติ จึงออกแบบให้บ้านเปรียบเสมือนหัวใจของทุกคน ดึงหัวใจของสมาชิกให้รักใคร่กลมเกลียว ผ่านสเปซซึ่งสามารถตอบโจทย์และใช้งานร่วมกันของทุกวัย มองจากภายนอกจะเห็นตัวบ้านเด่นเป็นสง่า โดดเด่นด้วยดับเบิ้ลฟาซาดระแนงไม้ รั้วถูกออกแบบด้วยโครงสร้างเหล็กที่มั่นคงและแข็งแรง กลมกลืนไปกับวัสดุไม้ให้ความรู้สึกอบอุ่น น่าเชื้อเชิญตั้งแต่ทางเข้า ปลูกต้นไม้โดยเลือกพันธุ์ไม้ที่เหมาะกับภูมิอากาศบ้านเราเป็นแนวรั้วเขียวขจี

สเปซหน้าบ้านทอดยาวไปทางทิศใต้ เป็นทิศรับแสงแดดโดยตรงตลอดทั้งวัน สถาปนิกจึงได้ออกแบบให้โซนใช้งานในช่วงกลางวันหลบแสงแดด โดยยื่นระเบียงชั้นสองและชั้นสาม ให้ช่วยกันแดดก่อนเข้าสู่ภายในอาคาร และได้ทำฟาซาดไม้อีกชั้น ทั้งยังช่วยลดทอนเส้นตรงของอาคารโมเดิร์นให้นุ่มนวลขึ้น ชั้นล่างทั้งหมดเป็นพื้นที่พับลิคสเปซ วางผังแบบโอเพ่นแพลน ช่วยเปิดมุมมองของทุกห้องให้เชื่อมถึงกันห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องทานอาหาร เน้นการเปิดกว้างของบานหน้าต่างและประตูให้ต่อเนื่องไปยังสระว่ายน้ำ ดูทิศทางลมให้พัดผ่านได้อย่างคล่องตัว ประกอบกับการออกแบบฟังก์ชันให้มีความยืดหยุ่น เหมาะสมต่อทุกวัย ตั้งแต่วัยเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน ตลอดจนผู้สูงอายุ เพื่อมอบความเป็นส่วนตัว แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ตัดขาดความสัมพันธ์ แม้จะใช้งานอยู่ห้องใดห้องหนึ่ง แต่ก็สามารถมองเห็นและมีปฎิสัมพันธ์กับคนในครอบครัวได้ การตกแต่งภายในเริ่มจากห้องนั่งเล่นเน้นความสูงโปร่งของเพดานดับเบิ้ลสเปซ ผนังกรุลายหินอ่อนสีขาว แล้วเบรกด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ให้อารมณ์แบบบ้านเอเชียที่ดูทันสมัย ไม่ทิ้งบรรยากาศอบอุ่น วางโซฟาสีขาวขนาดใหญ่ รองรับการสังสรรค์ของครอบครัวได้ดี จับคู่กับโต๊ะกลางไม้ เสริมเก้าอี้ไม้ไว้ใกล้กัน

ถัดมาคือส่วนรับประทานอาหาร ลดระดับฝ้าเพดานลงต่างจากในส่วนห้องนั่งเล่น ยังคงเลือกตกแต่งในโทนสีขาวสบายๆ กลมกลืนไปกับเฟอร์นิเจอร์จากวัสดุไม้ สร้างบรรยากาศและอารมณ์ที่อบอุ่นให้ความรู้สึกเป็นมิตร ส่วนเคาน์เตอร์แพนทรี่คุมอารมณ์ให้ทันสมัย สัมผัสความเป็นโมเดิร์นด้วยหน้าบานสีขาวเรียบ แทรกด้วยโทนสีเทาดำของกระเบื้องกรุผนัง ทำให้ใช้ประโยชน์ได้สำหรับเตรียมอาหารและวางเก้าอี้ไม้ทรงสวยไว้นั่งทานข้าว ผนังเป็นประตูกระจกทั้งสองฝั่งเชื่อมต่อกับโซนเอาท์ดอร์

โซนนั่งเล่นในบรรยกาศกึ่งเอาท์ดอร์ เน้นตกแต่งแบบทรอปิคอลสไตล์มีกลิ่นอายของเมืองร้อน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกวัสดุธรรมชาติสีเข้ม โดยวางโซฟาไม้ดีไซน์เรียบ คู่กับเบาะนุ่มๆ ใกล้กันจัดวางตู้เก็บของ เชื่อมสู่พื้นที่ภายในด้วยบานเลื่อนกรอบไม้ ให้ทุกกิจกรรมมีความสัมพันธ์กัน

จากห้องรับประทานอาหาร ต่อเนื่องไปยังห้องครัวด้านหลัง ออกแบบให้มีบานหน้าต่างเปิดรับภาพสวน ทำให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก โดยเลือกตกแต่งกระเบื้องสีขาวยาแนวดำ

ห้องนอนชั้นบนตกแต่งอย่างเรียบง่ายในโทนสีธรรมชาติและสีครีม แล้วแทรกสีดำและสีเทาในบางจุด ทำระเบียงยาวตลอดแนวสำหรับช่องทางเดิน มีระแนงไม้ช่วยบังสายตาจากภายนอก สามารถเปิด-ปิด ได้ตามต้องการ นอกจากสร้างความเป็นส่วนตัวต่อผู้พักอาศัย ยังช่วยลดความแรงของแสงแดด และรับลมให้ไหลเวียนเข้าสู่ห้องนอนตลอดวัน

สถาปนิกได้เล่าว่า ” นอกจากชั้นล่าง ส่วนกลางของบ้านที่ชั้น 2 และชั้น 3 ก็ออกแบบให้มี พับลิคสเปซ เช่นกัน สามารถเชื่อมต่อกันได้ทั้ง 3 ชั้น ทั้งในแง่การเข้าถึง การมองเห็น และการได้ยินเสียง พื้นที่ส่วนนี้เรียกว่า ใจบ้าน หรือ หัวใจของบ้าน ” อย่างห้องนี้อยู่ชั้นบนสุด ออกแบบเป็นห้องโถงโล่งๆ รองรับกิจกรรมได้หลากหลาย ประตูสามารถเปิดสู่ลานดาดฟ้าได้ทุกบาน มีบ่อน้ำและต้นไม้น้อยใหญ่เขียวขจี ช่วยพัดพาไอเย็นเข้าสู่ตัวบ้าน ก่อให้เกิดความรู้สึกเย็นสบายโดยไม่ต้องเปิดแอร์

ห้องน้ำกว้างขวางได้รับแสงสว่างจากบานหน้าต่าง เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าขนานยาวไปกับกระจกเงา เลือกใช้ท็อปลายหินอ่อนสีดำ ตรงข้ามกันคืออ่างอาบน้ำ และส่วนชาวเวอร์

มองจากมุมนี้จะเห็นตัวบ้านถอยร่นไปยังด้านหลังมากที่สุด ปล่อยพื้นที่ทางทิศใต้ให้เป็นสวน ปลูกต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา ให้สวนทำหน้าที่กรองความร้อน กรองเสียง กรองฝุ่น และดูดกระแสลมเข้าสู่ตัวบ้าน เป็นการระบายอากาศด้วยวิถีธรรมชาติ เพื่อให้เกิดสภาวะน่าสบาย ส่งผลให้คนในบ้านและคนมาเยี่ยมเยียน มีความสุขกาย สบายจิตใจอย่างแท้จริง  ออกแบบบริเวณบ้าน

บ้านหลังเล็กสไตล์โมเดิร์น

ตัวบ้านถูกกำหนดให้ตั้งอยู่ตรงกลางของแปลงดิน ออกแบบให้มีลักษณะเป็นแบบบ้านสไตล์โมเดิร์นสองชั้น รูปทรงกล่องทับซ้อนกัน มีโครงสร้างเป็นเหล็กรูปพรรณที่เรียบง่ายช่วยให้บ้านโปร่งสบาย ผสมผสานไปกับฝ้าไม้เทียมลดทอนความเป็นโมเดิร์นให้อบอุ่นในหลายจุด ทั้งยังให้ความสำคัญต่อการออกแบบบ้านให้มีฟังก์ชั่นกันแดดและลม ช่วยให้บ้านอยู่สบาย น่าพักผ่อนแม้มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก สถาปนิกได้เล่าว่า ” เลือกวางบ้านไว้ตรงกลาง และสร้างสภาพแวดล้อมภายใน ( Built Environment เป็น motto หลักของทางบริษัท ซึ่งเป็นชื่อมาจากตัวย่อ B และ E ที่เป็นชื่อบริษัทครับ )รอบๆตัวบ้านบังทัศนียภาพที่ไม่สวยงามภายนอก ให้ความเป็นส่วนตัวแก่ผู้อยู่อาศัย และเพื่อบรรยากาศในการอยู่อาศัยที่ดี ให้เหมือนบ้านหลังนี้เป็นพื้นที่สีเขียว เป็นทัศนียภาพที่ดีให้กับคนในซอย “

เมื่อเข้ามาจากประตูรั้วจะพบกับโรงจอดรถ และสนามหญ้าอยู่ด้านซ้าย ฝ้าไม้เทียมย้อมสีธรรมชาติที่นำมาใช้ช่วยเสริมลุคให้ดูอบอุ่น เป็นมิตร น่าเชื้อเชิญ เข้ากันกับสวนสีเขียวที่ถูกจัดไว้ให้รายล้อมอยู่รอบบ้านได้อย่างพอดิบพอดี สวนทางเดินโรยหินกรวด สลับกับแผ่นทางเดินปูนนำสายตาสู่บริเวณสวนข้างบ้าน ตลอดทางเรียงรายด้วยต้นไม้เตี้ยๆ เป็น Welcome Space ปรับมู้ดความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวันให้ผ่อนคลายเมื่อมาถึงบ้าน พร้อมประดับไฟสนามให้ความสว่างยามค่ำคืน มีต้นไม้ใหญ่ปลูกเป็นไม้ประธานอยู่ริมรั้วด้านหน้า ก่อให้เกิดร่มเงา

ส่วนกลางของบ้านหันหน้าสู่ทิศเหนือและทิศตะวันออก มีหน้าต่างบานใหญ่สูงจรดเพดาน เพื่อให้แสงธรรมชาติผ่านเข้ามาในบ้านได้อย่างทั่วถึง ถูกแบ่งออกเป็นห้องครัว ห้องทานข้าว ห้องนั่งเล่น เน้นการเปิดโล่งเชื่อมต่อถึงกัน พื้นที่ต่อเนื่องระหว่างห้องนั่งเล่นและห้องรับประทานอาหาร ซึ่งตกแต่งในโทนสีเทาเรียบง่าย และเพิ่มบรรยากาศอบอุ่นด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ มากไปกว่านั้นยังประดับประดาเหล่าแจกันดอกไม้หลากหลาย ทำให้ห้องมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที นอกจากส่วนกลาง สถาปนิกยังคำนึงถึงห้องนอนคุณแม่ ซึ่งออกแบบมาให้รองรับการใช้งานของผู้สูงอายุ ด้วยห้องน้ำและส่วนแต่งตัวในห้อง

สร้างความโอ่อ่าแต่เรียบมีสไตล์ให้กับห้องรับประทานอาหาร ด้วยแพนทรี่ครัวหินอ่อน จับคู่กับโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ พร้อมม้านั่งที่เลือกมารองรับการใช้งานได้เข้ากันกับเก้าอี้สีเทา ส่วนด้านหลังคือบันไดขึ้นชั้นสอง ออกแบบพิเศษให้มีช่วงกว้างกว่า 8 เมตร โดยไม่มีเสามากั้น ส่วนมาสเตอร์เบดรูม ผนังกระจกมองเห็นห้องนั่งเล่นชั้นล่าง และเปิดโล่งไปยังวิวสวนด้านนอก เน้นความปลอดโปร่ง แล้วเลือกใช้โทนสีที่ผ่อนคลายต่อการพักผ่อนที่สุด