บ้านสไตล์ร่วมสมัย

0

บ้านสไตล์ร่วมสมัย แต่งบ้านให้สวยร่วมสมัยด้วยการผสมผสานระหว่างเสน่ห์ในอดีตและยุคสมัยปัจจุบัน จึงเกิดเป็นรูปแบบหนึ่งของการแต่งบ้านที่ผสานทั้งเสน่ห์แห่งความเก่าและใหม่เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

บ้านสไตล์ร่วมสมัยเป็นแบบบ้านที่ไม่ได้ถูกนิยามหรือจำกัดความตายตัวว่าต้องเป็นบ้านที่ตกแต่งด้วยสไตล์อะไรกับรูปแบบใด แต่เป็นการตกแต่งบ้านสไตล์หนึ่งที่มีการผสมผสานกันระหว่างการตกแต่งบ้านในอดีตที่ผ่านมาและการตกแต่งบ้านของยุคสมัยปัจจุบันที่ได้รับความนิยมในขณะนั้น จึงเกิดเป็นรูปแบบหนึ่งของการแต่งบ้านที่ผสานทั้งเสน่ห์แห่งความเก่าและใหม่เข้ากันไว้อย่างลงตัว ซึ่งการตกแต่งบ้านในสไตล์นี้จะช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้การแต่งบ้านในแบบเดิมมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นมากยิ่งขึ้น แต่จะเน้นการตกแต่งที่เรียบง่ายด้วยการผสมผสานวัสดุที่มีความเป็นธรรมชาติ เพื่อสร้างบรรยากาศของการอยู่อาศัยภายในบ้านให้รู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย และมีความเป็นธรรมชาติมากกว่าเดิมสร้างสระว่ายน้ำ

บ้านสไตล์ร่วมสมัย

การแต่งบ้านสไตล์ร่วมสมัย

การแต่งบ้านสไตล์ร่วมสมัย

ความสวยงามคลาสสิก
การตกแต่งบ้านในสไตล์ Contemporary เป็นการตกแต่งบ้านที่มีความร่วมสมัยระหว่างกลิ่นอายในอดีตและปัจจุบัน มีการใส่ใจในรายละเอียดและฟังก์ชั่นใช้งานเช่นเดียวกับบ้านสไตล์โมเดิร์นที่มีความทันสมัย แต่บ้านสไตล์ Contemporary จะเน้นการตกแต่งที่เพิ่มบรรยากาศแห่งความรู้สึกในการอยู่อาศัยและใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น และค่อนข้างมีรายละเอียดเล็กน้อยที่มากกว่าการแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์น อาทิเช่น การออกแบบหลังคาของบ้านร่วมสมัยจะนิยมเลือกใช้หลังคาทรงจั่วหรือปั้นหยามากกว่าหลังคาแบบเรียบแบนตามสไตล์โมเดิร์น โดยจะใช้โทนสีหลังคาที่มีความเข้มขรึมหรือโทนอ่อนที่ไม่ฉูดฉาด ซึ่งสามารถเสริมภาพลักษณ์อันสง่างามให้บ้านสไตล์ร่วมสมัยได้เป็นอย่างดี

เสน่ห์ธรรมชาติ
บ้านสไตล์ร่วมสมัยจะมีการนำวัสดุที่มีความเป็นธรรมชาติอย่าง “ไม้” มาใช้ในการตกแต่งบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการนำมาใช้เพื่อตกแต่งเป็นส่วนประกอบภายในบ้านตามอาคาร หรืออาจเป็นรูปแบบของเฟอร์นิเจอร์จากไม้ธรรมชาติที่นำมาใช้ตกแต่งภายในบ้านก็ได้เช่นกัน ซึ่งวัสดุประเภทไม้ ไม่ว่าจะเป็นไม้จริงหรือไม้เทียม ก็เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่เหมาะสมกับการตกแต่งบ้านสไตล์ร่วมสมัยในแต่ละยุค เนื่องจากบรรยากาศของการตกแต่งบ้านสไตล์นี้จะเน้นความอบอุ่นและชวนผ่อนคลายมากกว่าการแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นในปัจจุบันที่เน้นความทันสมัยจากการใช้วัสดุสมัยใหม่มากกว่า จึงทำให้การแต่งบ้านในสไตล์ Contemporary เป็นรูปแบบที่ผสมผสานเสน่ห์แห่งธรรมชาติไว้ในการอยู่อาศัยอย่างลงตัว อีกทั้งยังนิยมสร้างบรรยากาศโดยรอบบ้านและภายในบ้านให้มีความเป็นธรรมชาติ ด้วยการจัดสวนปลูกต้นไม้เพิ่มความร่มรื่นมากยิ่งขึ้น

ผสานการใช้วัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น
การตกแต่งบ้านในสไตล์ Contemporary ที่โดดเด่นไปด้วยความร่วมสมัยของประเทศไทยจะมีการหยิบนนำวัสดุที่สามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่นมาผสมผสานเข้ากับการตกแต่งบ้านให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งในแต่ละภูมิภาคก็จะมีวัสดุที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ อาทิเช่น

  • ไม้ ประเทศไทยในอดีตมีทรัพยากรทางธรรมชาติอย่าง ป่าไม้ ค่อนข้างมาก จึงทำให้การก่อสร้างบ้านในสมัยก่อนนิยมนำไม้มาใช้เป็นองค์ประกอบหลักของตัวบ้านและงานตกแต่ง ซึ่งในแต่ละท้องถิ่นก็จะมีวัสดุไม้ที่มีชนิดแตกต่างกันออกไปทั้งไม้เนื้ออ่อนและไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้สัก ไม้ประดู่ ไม้เต็งรัง เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้มีความอบอุ่น ผ่อนคลาย และเป็นธรรมชาติมากขึ้นแล้ว การตกแต่งบ้านด้วยวัสดุไม้ยังช่วยเพิ่มความสวยงามคลาสสิกให้บ้านมีความร่วมสมัยที่ชวนมองมากยิ่งขึ้น
  • อิฐมอญ หนึ่งในวัสดุท้องถิ่นที่มีการผลิตและถูกนำมาใช้งานในการก่อสร้างบ้านอย่างแพร่หลายตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นวัสดุที่ทำขึ้นจากดินเหนียวผสมแกลบ โดยนำมาเผาในอุณหภูมิสูงเพื่อเซ็ตดินให้มีความแข็งแรง ทนทาน และสามารถใช้งานได้ยาวนาน นิยมนำมาใช้งานประกอบเป็นโครงสร้างหลักในส่วนผนังของบ้านและอาคารก่อนที่จะฉาบปูนและทาสีตกแต่งผนังให้สวยงาม แต่ในปัจจุบันมีการเผยผิวสัมผัสธรรมชาติเพื่อให้เห็นเนื้อแท้ของวัสดุมากยิ่งขึ้นโดยการโชว์ผนังก่ออิฐในแบบสไตล์ลอฟท์ ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับบ้านสไตล์ร่วมสมัยได้เช่นเดียวกัน

สอดแทรกภูมิปัญญาไทย
เสน่ห์ของการแต่งบ้านในสไตล์ Contemporary ที่มีความร่วมสมัยไม่ได้มีเพียงการเลือกใช้วัสดุที่สามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่นและนำมาตกแต่งใหม่จนสวยงามเท่านั้น แต่การแต่งบ้านสไตล์นี้ยังมีการสอดผสานแนวคิดทางภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้าไว้ในการออกแบบตกแต่งอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดของงานฝีมือที่สอดแทรกอยู่ในงานของช่างไม้ในแต่ละพื้นที่ซึ่งมีกลิ่นอายที่แตกต่างกัน ตลอดจนถึงงานจักสานเครื่องหวายเป็นเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งภายในบ้าน หรือขั้นตอนในการออกแบบก่อสร้างและตกแต่งบ้านที่มีสไตล์ไม่ซ้ำกันในแต่ละท้องถิ่น ก็ล้วนเป็นภูมิปัญญาไทยที่ผสานอยู่ในการแต่งบ้านสไตล์นี้ได้อย่างงดงามลงตัว

รายล้อมด้วยบรรยากาศอบอุ่นชวนผ่อนคลาย
บ้านสไตล์ร่วมสมัยเป็นบ้านที่ได้รับการตกแต่งให้มีบรรยากาศอบอุ่น ชวนผ่อนคลาย และเหมาะสำหรับการอยู่อาศัยในแต่ละวันมากยิ่งขึ้น โดยการเลือกใช้โทนสีภายในบ้านที่มีความเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติมากที่สุด อย่างโทนสีเทา ครีม ขาว เอิร์ธโทน หรือน้ำตาลอ่อนที่ผสมผสานเข้ากันอย่างลงตัว เพื่อให้บรรยากาศภายในบ้านมีความสบายตา คงความเรียบง่าย แต่ก็ให้ความรู้สึกที่ทันสมัยไปพร้อมกัน และด้วยการตกแต่งบ้านในสไตล์ Contemporary ที่ไม่ได้เฉพาะเจาะจงไปทางใดทางหนึ่ง จึงทำให้การแต่งบ้านสไตล์นี้สามารถนำไปปรับประยุกต์ใช้ในแต่ละยุคสมัยได้อย่างหลากหลาย และสามารถนำมาใช้ตกแต่งบ้านให้สวยงามน่าอยู่ได้อย่างร่วมสมัยโดยไม่ทำให้รู้สึกเชยเกินไป

เลือกวัสดุปูพื้นโรงจอดรถให้เหมาะสม

เลือกวัสดุปูพื้นโรงจอดรถให้เหมาะสม

โรงจอดรถนับเป็นพื้นที่ด่านแรกก่อนย่างก้าวเข้าสู่พื้นที่ในบ้าน ซึ่งนอกจากจะใช้เป็นพื้นที่สำหรับการจอดรถในบ้านแล้ว การออกแบบพื้นที่ในบริเวณนี้ให้สวยงามยังถือเป็นหน้าตาของบ้านที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์และบรรยากาศที่่น่าอยู่ให้กับตัวบ้านมากยิ่งขึ้น โดยส่วนมากจะนิยมออกแบบโรงจอดรถไว้บริเวณด้านหน้าของบ้านเพื่อให้สะดวกต่อการนำรถ เข้า-ออก ได้อย่างง่ายดาย บางบ้านอาจจะมีการออกแบบโรงจอดรถให้มาพร้อมหลังคาสำหรับกันแดดและกันฝน หรือบางบ้านอาจเปิดโล่งไปเลยก็มีให้เห็นอยู่มากทั้งในบ้านจัดสรรทั่วไปและบ้านที่ปลูกสร้างขึ้นเอง นอกจากนี้ยังมีการตกแต่งบ้านในบริเวณโรงจอดรถด้วยวัสดุที่มีความหลากหลายแตกต่างกันออกไป เราลองมาดูกันว่ามีวัสดุอะไรบ้างที่นิยมนำมาใช้ตกแต่งเป็นพื้นในบริเวณโรงจอดรถของบ้าน

พื้นคอนกรีต
การตกแต่งพื้นบริเวณโรงจอดรถของบ้านส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ตกแต่งอะไรเพิ่มเติมมากนักมักจะมาพร้อมการเทพื้นคอนกรีตแบบเรียบง่าย ซึ่งมีข้อดีคือมีขั้นตอนที่รวดเร็วกว่างานตกแต่งพื้นด้วยวัสดุชนิดอื่น ไม่ทำให้เปลืองงบประมาณมากนัก แต่ด้วยพื้นผิวของคอนกรีตที่ค่อนข้างมีผิวสัมผัสที่หยาบและไม่เรียบเนียน จึงอาจทำให้เกิดคราบฝังลึกตามพื้นได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น คราบตะไค่น้ำ คราบดำที่เกิดจากการสะสมฝุ่นและความสกปรก ซึ่งส่งผลให้พื้นคอนกรีตเป็นคราบสกปรกที่ดูไม่สวยงามได้เมื่อเวลาผ่านไป อีกทั้งพื้นคอนกรีตยังสามารถสะสมความร้อนในช่วงกลางวันค่อนข้างมาก ซึ่งอาจส่งผลต่อการอยู่อาศัยในช่วงเวลากลางคืนได้เช่นกัน อาจลองใช้วิธีแก้ไขโดยการดีไซน์พื้นคอนกรีตหน้าบ้านให้มีสเปซที่ช่วยระบายความร้อนได้มากขึ้น ด้วยการจัดวางบล็อกปูพื้นในบางจุดสลับกับพื้นคอนกรีต ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มความสวยงามให้พื้นที่หน้าบ้านมีมิติมากขึ้นแล้ว ยังช่วยระบายความร้อนที่สะสมอยู่ในพื้นคอนกรีตได้อีกด้วย

พื้นคอนกรีตพิมพ์ลาย
เป็นรูปแบบของพื้นที่มีการนำเทคโนโลยีมาใช้พิมพ์ลวดลายลงบนพื้นผิวคอนกรีต เพื่อสร้างลวดลายบริเวณพื้นหน้าบ้านให้สวยงามโดดเด่นและมีความทนทานในการใช้งานบริเวณโรงจอดรถที่ต้องรองรับน้ำหนักค่อนข้างมาก โดยมีการลงสี พิมพ์ลาย และเคลือบเงาบนพื้นผิวคอนกรีตอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มความสวยงามให้พื้นหน้าบ้านแล้ว การแต่งพื้นที่บริเวณโรงจอดรถด้วยพื้นพิมพ์ลายยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้พื้นที่ใช้งานมีความแข็งแรงทนทานและสามารถใช้งานได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น

พื้นหินกรวดล้าง ทรายล้าง
สำหรับบ้านที่ต้องการเพิ่มความเป็นธรรมชาติให้พื้นที่โรงจอดรถหน้าบ้านดูสวยกลมกลืนเข้ากับมุมสวนรอบบ้าน ก็แนะนำให้ลองตกแต่งพื้นโรงจอดรถด้วยหินกรวดล้าง ทรายล้าง ก็สามารถเพิ่มความเป็นธรรมชาติให้ภูมิทัศน์ของบ้านสวยงามอย่างรื่นรมย์ เพราะเป็นการตกแต่งพื้นด้วยวัสดุที่เป็นธรรมชาติ โดยการนำหิน กรวด และทราย มาผสมเข้ากับปูนซีเมนต์ขาวก่อนที่จะนำมาใช้ฉาบบนพื้นบ้าน จากนั้นจะเป็นขั้นตอนการล้างคราบซีเมนต์ออกจากผิวด้านหน้าเพื่อให้เห็นความสวยงามของหินธรรมชาติที่ผสมอยู่ในพื้นซีเมนต์ที่ฉาบไว้ ซึ่งนอกจากจะช่วยเติมเต็มความเป็นธรรมชาติให้พื้นที่หน้าบ้านบริเวณโรงจอดรถมากขึ้นแล้ว การแต่งพื้นด้วยวัสดุชนิดนี้ยังมีความทนทานสูง และสามารถป้องกันการลื่นได้ดี

พื้นกระเบื้อง
หากต้องการเพิ่มความสวยหรูหรือโมเดิร์นให้บ้านดูทันสมัย อาจต้องเลือกตกแต่งพื้นที่บริเวณโรงจอดรถด้วยการปูพื้นกระเบื้อง ซึ่งนอกจากจะช่วยมอบความสวยงามให้กับตัวบ้านได้ดีแล้ว การแต่งบ้านบริเวณโรงจอดรถด้วยการปูกระเบื้องลงบนพื้นยังช่วยทำให้ง่ายต่อการทำความสะอาดชำระล้างมากยิ่งขึ้น โดยควรเลือกกระเบื้องสำหรับปูพื้นที่เหมาะกับการใช้งานบริเวณโรงจอดรถ ไม่ควรเป็นกระเบื้องชนิดเดียวกับที่ปูภายในบ้าน เพราะอาจทำให้เกิดการทรุดตัวหรือแตกร้าวได้ง่ายจากการรองรับน้ำหนักจำนวนมาก จึงควรเลือกปูพื้นด้วยกระเบื้องปูพื้นที่เหมาะสำหรับพื้นที่นอกบ้านโดยตรง ซึ่งจะมีลักษณะเป็นผิวที่ค่อนข้างหยาบและมีความแข็งแกร่งทนทานมากกว่ากระเบื้องชนิดที่ใช้ปูตกแต่งภายในบ้าน ก็จะช่วยมอบความทนทานให้ใช้งานได้ยาวนาน และด้วยพื้นผิวที่ไม่เรียบลื่นจนเกินไปยังช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในบริเวณนี้ได้เป็นอย่างดี

เลือกวัสดุพื้นและผนังให้ห้องครัว

เลือกวัสดุพื้นและผนังให้ห้องครัว

วัสดุที่นำมาใช้ตกแต่งภายในห้องครัว นอกจากเรื่องความสวยงามที่ต้องพิถีพิถันในการเลือกสรรแล้ว การเลือกใช้วัสดุปิดผิวบนพื้นและผนังที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างเหมาะสม ทั้งในเรื่องความทนทานและง่ายต่อการดูแลรักษา ยังมีส่วนช่วยเสริมสุขภาพอนามัยของการใช้งานภายในห้องครัวให้มีคุณภาพอย่างแท้จริงออกแบบบ้าน

ผนังทั่วไปในห้องครัว
การปรุงอาหารภายในห้องครัวของบ้านหรือที่อยู่อาศัยประเภทต่าง ๆ มักจะทำให้เกิดร่องรอยจากคราบสกปรกในระหว่างการทำอาหาร หรือคราบน้ำมันที่ใช้ในการทอดและผัดลอยไปเกาะอยู่ตามผนังภายในห้องครัว ซึ่งอาจทำให้เกิดเป็นร่องรอยที่ไม่สวยงาม มีกลิ่นเหม็นสะสมตามผนัง และยากต่อการเช็ดทำความสะอาด แม้จะเป็นผนังในห้องครัวทั่วไปที่ไม่ใช่บริเวณปรุงอาหาร หรือไม่ต้องสัมผัสกับความร้อน ความชื้น คราบน้ำมันและคราบอาหารโดยตรง ก็จำเป็นต้องเลือกสรรวัสดุที่มีความเหมาะสมเพื่อให้สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย โดยอาจเลือกกรุผนังด้วยวัสดุเหล่านี้

  • กระเบื้องเซรามิก เป็นวัสดุที่มีพื้นผิวเรียบลื่น มันเงา จึงเหมาะสำหรับนำมาใช้กรุผนังตกแต่งภายในห้องครัว เพราะสามารถทำความสะอาดได้ง่ายดาย เพียงแค่ใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาด หรือชุบกับน้ำยาเช็ดทำความสะอาด ก็สามารถเปลี่ยนผนังภายในห้องครัวให้สวยเหมือนใหม่ได้ทันที
    ห้องครัวแบบห้องครัวแต่งห้องครัวตกแต่งห้องครัว
  • ผนังทาสี สำหรับผนังภายในห้องครัวบริเวณที่ไม่ต้องรับศึกหนักในการทำอาหาร อาจตกแต่งผนังส่วนใหญ่ด้วยการทาสีทับพื้นผิวผนังให้สวยงาม แต่ควรเลือกใช้สีทาผนังที่มาพร้อมคุณสมบัติทนความร้อนและความชื้นได้ดี เพื่อป้องกันการเกิดคราบราดำบนผนังภายในห้องครัวที่มีความชื้นสูง และเพื่อความสะดวกในการดูแลรักษาผนังในห้องครัวมากยิ่งขึ้น แนะนำให้เลือกใช้สีทาผนังที่โดดเด่นด้วยคุณสมบัติที่สามารถเช็ดทำความสะอาดผิวผนังได้บ่อยครั้ง โดยไม่ทำให้สีหลุดร่อน ก็จะช่วยตอบโจทย์การดูแลผนังห้องครัวภายในบ้านให้กลายเป็นเรื่องง่ายมากกว่าเดิม
  • ผนังฉาบปูนขัดมัน สำหรับบ้านสไตล์ลอฟท์ที่ตกแต่งภายในห้องครัวด้วยผนังฉาบปูนขัดมันหรือผนังปูนเปลือย แนะนำว่าควรใช้น้ำยาเคลือบผิวผนัง เพื่อป้องกันการดูดซึมน้ำ คราบน้ำมัน ความชื้นที่เกิดขึ้นภายในห้องครัวไปจับอยู่ตามผิวผนัง ก็จะช่วยลดการเกิดเชื้อรา ตะไคร่น้ำ และคราบขาวบนผนังปูนเปลือยได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะช่วยให้ง่ายต่อการทำความสะอาดมากขึ้นด้วยเช่นกัน
    ห้องครัวแบบห้องครัวแต่งห้องครัวตกแต่งห้องครัว

ผนังห้องครัวต้องรับบทหนัก
ผนังในส่วนปรุงอาหารที่ต้องเผชิญกับความร้อน ความชื้น ละอองน้ำมัน และคราบความสกปรกจากการทำอาหารอยู่ตลอดเวลา เป็นส่วนที่ต้องให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษในการเลือกวัสดุปิดผิวผนังที่สามารถดูแลง่ายและสะดวกต่อการทำความสะอาดหลังจากใช้งาน อาทิเช่น

  • หินเทียมหรือหินสังเคราะห์ ปัจจุบันวัสดุชนิดนี้ได้รับความนิยมสูงในการนำมาใช้ออกแบบเป็นเคาน์เตอร์ครัว เพราะมีความทนทานและง่ายต่อการทำความสะอาด ซึ่งสามารถนำมาใช้ตกแต่งห้องครัวด้วยการกรุวัสดุลงบนผนัง โดยควรเลือกหินสังเคราะห์ชนิดที่มีคุณสมบัติในการดูดซึมน้ำต่ำ เพราะจะช่วยให้ดูแลทำความสะอาดได้ง่าย พร้อมทนทานต่อความร้อนและความชื้นได้ดีกว่า อีกทั้งยังสามารถนำมาใช้ตกแต่งเพื่อความสวยงามที่กลมกลืนกันได้ดีทั้งในส่วนเคาน์เตอร์และผนังห้องครัวที่ต้องรับศึกหนักในการทำอาหาร
  • แผ่นสเตนเลส นอกจากสเตนเลสจะเป็นวัสดุที่ถูกนำมาใช้ออกแบบเป็นเคาน์เตอร์ครัวค่อนข้างมาก เนื่องจากมีความทนทานต่อการใช้งาน ยังมีการนำวัสดุชนิดนี้มาใช้ในการออกแบบตกแต่งผนังภายในครัวบริเวณที่ต้องเผชิญกับการประกอบเป็นอาหารอยู่เสมอ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะสามารถพบเห็นได้บ่อยตามห้องครัวในร้านอาหาร หรือห้องครัวของโรงแรม เพราะวัสดุสเตนเลสโดดเด่นด้วยคุณสมบัติที่สามารถทนทานต่อความร้อนบริเวณหน้าเตาทำอาหารได้ดี และสามารถเช็ดล้างทำความสะอาดได้ง่ายโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความสวยงามเช่นวัสดุประเภทอื่นมากนัก อีกทั้งยังมีขนาดใหญ่ สามารถใช้ปิดผิวบนผนังได้อย่างต่อเนื่องแบบไร้รอยต่อระหว่างเคาน์เตอร์และผนัง ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบผิวเงาและผิวด้าน จึงเหมาะสำหรับการใช้งานภายในห้องครัวที่ต้องใช้งานหนักเป็นอย่างยิ่ง แต่ควรระวังไม่ให้ผิววัสดุเผชิญกับอาหารหรือสารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นกรดและด่างสูง เพราะจะทำให้เกิดร่องรอยด่างบนวัสดุสเตนเลสได้
    ห้องครัวแบบห้องครัวแต่งห้องครัวตกแต่งห้องครัว
  • กระเบื้องเซรามิกผิวเรียบลื่น เป็นวัสดุที่ง่ายต่อการทำความสะอาดและเหมาะกับห้องครัวที่ถูกใช้งานอย่างหนักมากที่สุด เนื่องจากพื้นผิวของกระเบื้องมีคุณสมบัติดูดซึมน้ำต่ำ ทำให้ไม่ดูดซับความชื้นและคราบมันไว้ในผนัง โดยอาจเลือกใช้กระเบื้องพอร์ซเลน หรือกระเบื้องแผ่นใหญ่ในการตกแต่งผนังห้องครัว เพื่อให้ห้องครัวมีความสวยงามและมีรอยต่อจากร่องยาแนวกระเบื้องน้อยที่สุด ที่สำคัญควรเลือกใช้ยาแนวกระเบื้องที่สามารถยึดเกาะได้ดี ทนความร้อนและความชื้นสูง และช่วยลดการเกิดคราบราดำและแบคทีเรียได้ดี ก็จะช่วยเสริมสุขภาพอนามัยภายในห้องครัวให้สะอาดมากยิ่งขึ้น
  • กระจกเทมเปอร์ กระจกเป็นวัสดุที่ไม่ค่อยพบเห็นได้บ่อยนักในการนำมากรุลงบนผนังในห้องครัว เพราะไม่สามารถทนต่อแรงกระแทกในการใช้งานได้เท่าที่ควร วัสดุที่เหมาะสมและสามารถนำมาใช้กรุผนังในห้องครัวได้ดีมากที่สุดได้แก่ กระจกเทมเปอร์ หรือกระจกลามิเนต ซึ่งมีคุณสมบัติที่สามารถทนทานต่อแรงกระแทกได้ดี โดยสามารถนำมาตัดให้มีขนาดพอดีกับบริเวณที่ต้องการได้อย่างลงตัวและมีรอยต่อน้อยกว่าการกรุผนังด้วยกระเบื้อง อีกทั้งวัสดุชนิดนี้ยังสามารถเลือกรูปแบบในการตกแต่งได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการพ่นสี พ่นทราย หรือทำลวดลายบนผิวผนัง แต่อาจไม่สามารถเจาะผนังเพื่อแขวนของใช้ได้ตามต้องการ

พื้นห้องครัวทนทานไม่ลื่นล้ม
วัสดุที่เหมาะสำหรับการนำมาตกแต่งพื้นภายในห้องครัวควรมีพื้นผิวที่เหมาะสม ไม่ทำให้ลื่นล้ม และควรมีความแข็งแรงทนทานได้ดี ไม่เป็นพื้นผิวที่ง่ายต่อการสะสมสิ่งสกปรก อีกทั้งยังควรเป็นวัสดุที่สามารถทำความสะอาดได้ง่ายหลังการใช้งาน เช่น

  • กระเบื้องเซรามิก เป็นวัสดุที่ถูกนำมาใช้ตกแต่งภายในห้องครัวมากที่สุด เนื่องจากมีความแข็งแรงทนทานสูง มีคุณสมบัติในการดูดซึมน้ำต่ำ ง่ายต่อการดูแลรักษา พร้อมทั้งยังมีลวดลายสวยงามให้เลือกสรรมากมาย ไม่ว่าจะเป็นลายแบบธรรมชาติทั้งลายหินและลายไม้ หรือลวดลายปูนขัดมัน แต่ควรเลือกกระเบื้องปูพื้นที่มีผิวสัมผัสหน้าเรียบ เพราะง่ายต่อการทำความสะอาดได้ดีกว่าผิวสัมผัสที่มีความขรุขระและเป็นร่องลึก ที่สำคัญไม่ควรเลือกใช้กระเบื้องที่มีพื้นผิวมันเงา เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุจากการลื่นล้มได้ง่าย
  • หินขัด หากต้องการตกแต่งพื้นห้องครัวให้สวยเรียบเนียนแบบไร้รอยต่อ แนะนำให้เลือกปูพื้นด้วยหินขัด เนื่องจากมีความทนทาน ง่ายต่อการทำความสะอาด แต่อาจลื่นล้มได้ง่ายหากมีคราบน้ำหกหรือคราบน้ำมันบนพื้น สำหรับวัสดุที่ไม่แนะนำในการนำมาตกแต่งพื้นในห้องครัวคือ ไม้ธรรมชาติ หินอ่อน พรม และกระเบื้องดินเผา เพราะเป็นวัสดุที่ยากต่อการทำความสะอาด ยากต่อการดูแลรักษาและสามารถเกิดคราบสกปรกได้ง่าย