บ้านอิฐช่องลม สวยสไตล์ใหม่

0

บ้านอิฐช่องลม สวยสไตล์ใหม่ สำหรับคนที่เติบโตมากับความทรงจำดี ๆ ในชนบท เมื่ออยู่ในช่วงวัยสร้างครอบครัว อาจจะต้องการบ้านที่ให้กลิ่นอายของบ้านเก่าเอาไว้ให้หายคิดถึง บ้านที่ Trung tran Studio ออกแบบหลังนี้ก็มาจากแนวคิดเดียวกัน สถาปนิกออกแบบสำหรับสามีภรรยาที่อาศัยและทำงานในเซินลาจังหวัดที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเวียดนาม เจ้าของบ้านชายมักจะระลึกถึงบ้านในวัยเด็กที่เขาอาศัยอยู่กับพ่อแม่ เป็นบ้านกลางธรรมชาติซ่อนตัวอยู่ใต้ต้นไม้สีเขียว ดังนั้นเมื่อเขามองหาที่ดินเพื่อสร้างบ้านของตัวเองจึงต้องการให้มีต้นไม้เยอะๆบ้านอิฐไม่ทึบด้วยแสงธรรมชาติ

บ้านอิฐช่องลม สวยสไตล์ใหม่

บ้านอิฐช่องลม

หลังจากหาที่ดินมาระยะหนึ่ง เจ้าของบ้านก็บังเอิญพบพื้นที่ตรงใจตั้งบนเนินเขาที่มีโขดหินเล็ก ๆ ล้อมรอบต้นไม้ใหญ่จำนวนมาก จึงเข้ามาเติมเต็มปรารถนาที่จะมีบ้านที่เรียบง่ายตามประเพณีของบ้านเก่าที่เป็นบ้านเกิด โดยเน้นให้ความสำคัญของการรักษาต้นไม้และหินที่มีมาช้านานเอาไว้ ตัวบ้านออกแบบให้เป็นชั้นเดียวไล่ระดับความสูง จากภายนอกที่ค่อนข้างต่ำค่อยๆ ไต่ระดับสูงขึ้นไปด้านหลัง โดนพยายามหลีกเลี่ยงแนวต้นไม้ที่มีอยู่ให้ได้มากที่สุด ส่วนตัวบ้านสร้างด้วยอิฐสีแดงแบบไม่ฉาบปูน หลังคามุงด้วยกระเบื้องสีเดียวกันแบบกระเบื้องที่มักใช้มุงหลังคาในชนบททางเหนือ

ด้านหน้าของบ้านต้อนรับการมาถึงกับประตูหน้าบ้านเหล็กโปร่ง ๆ สีขาว ให้ความรู้สึกทันสมัย เมื่อเปิดไปภายในจะมีลานโล่งปูแผ่นหินกว้าง ๆ และโรงเรือนสำหรับจอดรถ จากนั้นจะเป็นขั้นบันไดขึ้นสู่โถงทางเข้าประตูบ้านบานกระจกที่นำทางไปยังห้องนั่งเล่น

นอกจากประตูด้านหน้า ยังมีทางเข้าด้านข้างที่สามารถเดินเข้ามาได้เช่นกัน ส่วนนี้จะมีผนังอิฐช่องลมบังเอาไว้เพื่อความเป็นส่วนตัว กำแพงภายนอกด้านของบ้านทั้งสองฝั่งเป็นรั้วที่สร้างด้วยหินสีดำเข้มและสีเทาบ้าน ๆ ชวนให้นึกถึงกำแพงหินของชนเผ่าในภูเขาที่เขาเคยอาศัยอยู่ หลังคามีบางส่วนที่ถุกเจาะเป็นช่องสี่เหลี่ยม เปิดพื้นที่ปล่อยให้ต้นไม้สามารถเติบโตทะลุออกไปได้ ทำให้บ้านกับธรรมชาติเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างที่ตั้งใจ

พื้นที่ในบ้านแบ่งแบบเรียบง่าย ประกอบด้วยห้องนั่งเล่นโล่งกว้าง ที่เชื่อมต่อมายังห้องทานข้าว ห้องครัว ห้องนอนทั้ง 3 ห้องถูกย้ายไปทางด้านหลังเพื่อให้เกิดความเป็นส่วนตัวและหลีกเลี่ยงเสียงรบกวนเมื่อบ้านมีผู้คนพลุกพล่าน ห้องนั่งเล่นได้รับการออกแบบให้อารมณ์คลาสสิคบ้าน ๆ ด้วยไม้และเก้าอี้ไม้เก่า ผนังบ้านใช้ระบบผนัง 2 ชั้น คือ มีผนังอิฐช่องลมเป็นชั้นนอก และมีประตูบานเลื่อนกระจกใสอยู่ชั้นในที่เปิดได้กว้าง วิธีนี้จะทำให้ผนังบ้านมีความยืดหยุ่นในการใช้งาน ถ้ามีลมแรงมีฝุ่นก็เลื่อนกระจกปิดไว้ โดยบ้านยังรับแสงสว่างตามธรรมชาติและมีความเป็นส่วนตัว

บ้านอิฐแนวใหม่

หลังคาบ้านเป็นจั่วแหลงสูง สถาปนิกตั้งใจไม่กรุฝ้าเพดานเหนือผนังให้เป็นโถงใหญ่ใต้หลังคาเหมือนบ้านอื่น ๆ แต่ใช้วิธีกรุเอียงไปตามแนวหลังคา ทำให้พื้นที่จากพื้นถึงหลังคามีมากขึ้น บ้านดูสูงโปร่งและเอื้อให้อากาศร้อนระบายออกจากได้ดีขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังใช้ไม้ตีเป็นแนวเรียงกันไป ทำให้รู้สึกถึงพื้นที่ที่ชวนให้โฟกัสสายตา

พื้นที่ครัวตกแต่งอย่างสวยงามด้วยกระเบื้องลายโบราณและไม้บนฉากหลังที่เป็นอิฐ จัดให้อยู่อีกฝั่งหนึ่งของส่วนรับประทานอาหารและพื้นที่เล่นของเด็ก ๆ ซึ่งจุดนี้ไม่มีผนังกั้นแต่ใช้บาร์ไม้เป็นตัวบ่งบอกขอบเขตแทน ตำแหน่งครัวยังอยู่ในมุมบ้านพอดีจึงดูเป็นสัดส่วน โดยไม่ถูกตัดขาดจากพื้นที่ใช้งานอื่น ๆ ของบ้าน ทุกฟังก์ชันใช้งานมีความลื่นไหลเข้าถึงกันได้หมด

บ้านมีหน้าต่างประตูที่ขยายได้ใหญ่ที่สุด เปิดออกได้หลายด้านบ้านจึงดูโล่งจนบางมุมมองเหมือนไม่มีผนัง ทำให้พื้นที่ภายในและภายนอกบ้านกลายเป็นหนึ่งเดียว ไม่ว่าจะนั่งอยู่ในตำแหน่งไหน คุณจะเห็นลานบ้าน ต้นไม้ใหญ่ที่มีกำแพงหินสีเทาล้อมรอบ

ห้องนอนแต่ละห้องมีหน้าต่างที่เปิดออกสู่สวนต่างๆ ซึ่งมีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาสีเขียว สนามเด็กเล่นด้านหลังที่มีเนินหินเล็กๆ ทำไว้สำหรับเด็กได้ปีนเล่น และเป็นสถานที่ให้เจ้าของได้มานั่งอ่านหนังสือเล่มโปรดเงียบๆ บ้านหลังนี้มีลมหายใจของธรรมาติ ความสงบ ชวนให้นึกถึงบ้านเก่าที่มีหลังคามุงด้วยตะไคร่น้ำและผนังสีเทาที่จางหายไปตามกาลเวลา

ทริค : ผนังอิฐช่องลม เป็นหนึ่งองค์ประกอบของบ้านที่จะช่วยให้บ้านเขตร้อนชื้นมีสภาวะสบายขึ้น เพราะช่องว่างเป็นรูพรุนเล็ก ๆ จะเป็นช่องทางให้ลมเข้ามาไหลเวียนระบายอากาศภายในบ้าน และทำหน้าที่เป็นช่องแสงให้แสงส่องลอดเข้ามาได้ บ้านจึงไม่ขาดแสงแดดช่วยลดความชื้นภายใน แต่ในขณะเดียวกันก็ช่วยกรองแสงแดด และเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้พื้นที่ใช้งานไปด้วยในตัว


แนวทาง บ้านอิฐโชว์สวยประหยัด

แนวทาง บ้านอิฐโชว์สวยประหยัด

หนึ่งวัสดุธรรมชาติที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบัน สำหรับการนำมาปลูกสร้างโดยเฉพาะการวางโครงสร้างผนังบ้านต้องยกให้กับ อิฐ เพราะมีเอกลักษณ์และเสน่ห์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใครในเรื่อง โทนสี ความแข็งแรง และคุณประโยชน์ที่หลากหลายและครบถ้วน

ผนังบ้านที่ทำมาจากอิฐส่วนใหญ่มาจากอิฐ 2 ประเภท ได้แก่ อิฐมอญและอิฐมวลเบา ซึ่งทั้งสองชนิดมีข้อแตกต่างพอสมควร ยกตัวอย่างเช่น ขนาดอิฐมวลเบาจะมีมิติที่เที่ยงตรงกว่าเพราะส่วนใหญ่ทำมาจากโรงงาน ซึ่งอิฐมอญนิยมทำขึ้นมาเองหรือทำมาจากโรงงานขนาดเล็ก ด้านน้ำหนักอิฐมวลเบาจะเบากว่าอิฐมอญประมาณ 2-3 เท่า ซึ่งสะดวกสบายต่อการปลูกสร้าง ด้านการยึดเกาะมุมนี้ต้องยกให้กับอิฐมอญเพราะสามารถยึดเกาะกันได้ดีกว่าอิฐมวลเบาส่งผลให้สามารถกันเสียงและสร้างความเป็นส่วนตัวได้ดี อย่างไรก็ดีแต่สิ่งหนึ่งที่มีเหมือนกันและจำเป็นอย่างมากสำหรับการสร้างความปลอดภัยสำหรับการอยู่อาศัยคือ ความแข็งแรง ทนทาน ในทุกสภาพอากาศ

​ผนังอิฐส่วนหน้าของบ้าน

​ผนังอิฐส่วนหน้าของบ้าน บ้านอิฐช่องลม สวยสไตล์ใหม่

บ้านขนาดหนึ่งชั้นรูปทรงทันสมัยปลูกสร้างอย่างสวยงามด้วยการใช้วัสดุตกแต่งบริเวณผนังด้วยอิฐ โดยลักษณะการก่อนั้นจัดวางในแบบแนวนอนทอดยาวเต็มทั้งพื้นที่บริเวณส่วนหน้า ด้านส่วนข้างใช้คอนกรีตสำเร็จรูปในการวางโครงสร้างแทน ซึ่งทั้งสองวัสดุเป็นส่วนผสมที่สำคัญในการสร้างความคงทนและแข็งแรงให้กับบ้าน อย่างไรก็ดีเหตุผลที่เลือกอิฐมาตกแต่งส่วนผนังด้านหน้าของบ้านนั้นเพราะอิฐมีความสวยงาม สามารถสร้างความโดดเด่นให้กับบ้านได้อย่างมีสไตล์ ที่สำคัญโทนสีของอิฐให้อารมณ์และความรู้สึกที่อบอุ่น ทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกผ่อนคลายในทุกช่วงเวลาที่พักผ่อน

บ้านอิฐ

บ้านรูปทรงกล่องขนาดสมส่วนปลูกสร้างและออกแบบโดยใช้วัสดุก่อสร้างจากอิฐมอญเป็นหลักในทุกสัดส่วนนับตั้งแต่ ผนัง เสา คาน เพดาน รวมทั้งงานปูทางเดิน ความเด่นชัดของอิฐนั้นนอกจากความสวยงามยังคงทน แข็งแรงในทุกสภาพอากาศ สีและลวดลายธรรมชาติจากวัสดุดังกล่าวให้อารมณ์และความรู้สึกที่ดูเรียบง่าย สะท้อนถึงการตกแต่งแบบคันทรีได้อย่างนุ่มลึก และอีกปัจจัยที่โดดเด่นไม่เหมือนใครคือเมื่อแสงไฟนีออนตกกระทบวัสดุก่อสร้างและตกแต่งจากอิฐจะสามารถเพิ่มความส่องสว่างให้กับภายในบ้านให้เกิดความสวยงาม นุ่มลึกและทั่วถึง

โครงสร้างอิฐ

โครงสร้างอิฐ บ้านอิฐช่องลม สวยสไตล์ใหม่

บ้านขนาดสองชั้นวางโครงสร้างและตกแต่งทั้งหลังนับตั้งแต่ เสา ผนัง คาน ใช้อิฐมาเป็นส่วนประกอบหลักทั้งหมด เพราะไม่เพียงแต่ความสวยงามจากโทนสี ความเป็นธรรมชาติสามารถนำมาตกแต่งกับวัสดุอื่นๆที่ทำมาจากธรรมชาติเช่นกันอย่างเช่น ไม้ ยิ่งไปกว่านั้นทั้งสองวัสดุเป็นส่วนสนับสนุนให้บ้านดูแข็งแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามารถลดความแข็งกระด้างของรูปทรงสี่เหลี่ยมได้อย่างนุ่มลึก

ผนังอิฐ

บ้านขนาดหนึ่งชั้นหลังนี้เลือกใช้วัสดุก่อสร้างและตกแต่งจากอิฐมอญมาชูความโดดเด่นของผนังได้อย่างสวยงาม โดยความเป็นธรรมชาติของอิฐมอญทำให้การออกแบบบ้านดูเรียบง่าย สบายๆ ราคาไม่สูง ปลูกสร้างง่าย ที่สำคัญสามารถตกแต่งคู่กับวัสดุอื่นๆ อาทิ ไม้ คอนกรีต รวมทั้งพืชพรรณธรรมชาติต่างๆได้อย่างกลมกลืน จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมผนงอิฐมอญจึงได้รับความนิยมในปัจจุบัน

บ้านอิฐขนาดกะทัดรัด

บ้านอิฐขนาดกะทัดรัด

บ้านรูปทรงสี่เหลี่ยมขนาดกะทัดรัดหลังนี้เลือกใช้วัสดุก่อสร้างและตกแต่งบริเวณผนังด้วยอิฐมวลเบา โดยปูผนังเต็มทั้งพื้นที่ โดยข้อดีของอิฐชนิดนี้มีขนาดที่ใหญ่สามารถลดงบประมาณในการปลูกสร้างได้ดี ทั้งนี้ความเท่ากันของอิฐและเป็นมาตรฐานทำให้บ้านดูเป็นระเบียบ มีสัดส่วน สำหรับโทนสีออกมาในลักษณะสีน้ำตาลอ่อนคล้ายกับดินเหนียวให้อารมณ์และความรู้สึกที่อบอุ่น ดูใกล้ชิดกับธรรมชาติ สามารถตกแต่งคู่กับไม้ดอกไม้ประดับสีสันสดใสต่างๆได้อย่างสมส่วน

บ้านอิฐขนาดใหญ่

บ้านขนาดสามชั้นที่ดูโออ่า ทันสมัย น่าอยู่อาศัยหลังนี้ ออกแบบและตกแต่งโครงสร้างหลักๆ นับตั้งแต่ เสา คาน เพดาน และผนังด้วยอิฐทั้งหมด นอกจากความเป็นระเบียบ สวยงาม โทนสียังทำให้บ้านดูละมุน นุ่มลึกและอบอุ่น ที่สำคัญปัจจัยหลักที่บ้านในปัจจุบันเลือกใช้วัสดุดังกล่าว คือ ความแข็งแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านที่มีฐานรากที่ใหญ่ดังเช่นไอเดียบุคภาพนี้

ประตูหน้าทางเข้าที่ทำมาจากอิฐ

ประตูหน้าทางเข้าที่ทำมาจากอิฐ บ้านอิฐช่องลม สวยสไตล์ใหม่

สำหรับประตูทางเข้าของบ้านรูปทรงกะทัดหลังนี้ได้ออกแบบอย่างเรียบง่าย โดยยึดหลักความทันสมัยตามสไตล์โมเดิร์นในรูปทรงเรขาคณิตแบบสี่เหลี่ยม เพิ่มความมีรสนิยมด้วยการใช้วัสดุก่อสร้างจากอิฐมอญเป็นหลักโดยปูผนังเต็มทั้งพื้นที่ ข้อดีของอิฐมอญคือมีโทนสีน้ำตาลอันอบอุ่นสามารถตกแต่งคู่กับวัสดุอื่นๆ อย่างเช่น ประตูและหน้าต่างที่ทำมาจากไม้ ได้อย่างกลมกลืน เป็นส่วนสนับสนุนให้บ้านดูสวยงาม บริเวณทางเข้าดูแข็งแรงทนทาน ถือได้ว่าอิฐเป็นได้มากกว่าการตกแต่งบ้านอย่างแท้จริง

ผนังอิฐบ้านทรงกลม

บ้านชั้นเดียวรูปทรงสุดสร้างสรรค์ในแบบฉบับทรงกลมหลังนี้ได้ออกแบบและวางโครงสร้างบ้านทั้งหลังด้วยวัสดุก่อสร้างที่ทำมาจากธรรมชาติอย่างเช่นอิฐ โดยลักษณะการจัดวางผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อสร้างได้นำเอาอิฐมอญมาปูผนังเต็มทั้งหลัง ซึ่งข้อเด่นของอิฐมอญสามารถเชื่อมโยงโครงสร้างบ้านให้เกาะติดกันอย่างแข็งแรง ป้องกัน แดด ความชื้นหรือน้ำได้ดี ที่สำคัญสามารถดูดซับมวลความเย็นและระบายความร้อนของบรรยากาศโดยรอบได้โดดเด่น เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยในทุกช่วงเวลา

พร้อมกันนี้โครงสร้างอิฐดังกล่าว ช่างทาสีได้ย้ำความสดใสของเนื้อวัสดุด้วยการทาสีทับให้เกิดความชัดเจนทั้งสีน้ำตาลและสีขาว เพิ่มความสวยงามและทำให้บ้านดูน่าอยู่อาศัยขึ้นมาถนัดตา

บ้านอิฐสุดสร้างสรรค์

บ้านอิฐรูปทรงเรขาคณิตหลายอาคารหลังนี้ปลูกสร้างอย่างสร้างสรรค์ มุ่งเน้นการใช้วัสดุก่อสร้างจากอิฐเป็นหัวใจหลักในการวางโครงสร้างส่วนผนัง เพราะข้อเด่นของอิฐนั้นมีราคาไม่สูงเหมาะสำหรับการตกแต่งผนัง โดยเฉพาะบ้านขนาดใหญ่ดังเช่นไอเดียบุคภาพนี้ พร้อมกันนี้สีและลวดลายของอิฐสามารถทำให้บ้านดูมีรสนิยมให้อารมณ์ในสไตล์คลาสลิคและสร้างความอบอุ่นได้อย่างอุ่นใจในแง่มุมของความปลอดภัย นัยยะสำคัญซ่อมแซมง่าย ทนทานต่อทุกสภาพอากาศ

เทคนิคก่ออิฐแดง ฉาบปูน แบบช่างก่อสร้าง

อาจไม่แปลกนักที่จะพูดว่าบ้าน ที่พักที่อาศัยส่วนใหญ่ มักเลือกใช้ “อิฐแดง” สำหรับการก่อฝาผนัง เนื่องจากว่าก้อนอิฐแดงนั้นเป็นสิ่งของที่หาง่าย ราคาถูก แต่ว่าแข็งแกร่ง ทนทานมาก ก็เลยยังครองใจหลายๆคน หากว่าในตอนนี้จะมีการผลิตสิ่งของอื่นๆ

เพื่อเป็นทางเลือกเพิ่มเติมก็ตาม รวมทั้งบ่อยครั้งที่เจ้าของบ้านนั้นเลือกที่จะกระทำการก่อผนังอิฐแดงเอง วันนี้ก้อนอิฐดีดี ก็เลยอยากแชร์ 9 เทคนิคก่ออิฐแดง ฉาบปูน ที่จะทำให้การก่อผนังอิฐแดงของคุณง่ายมากยิ่งขึ้น แถมยังถูกวิธี มีคุณภาพ เหมือนพี่ช่างมาก่อเอง

1.นำอิฐแดงไปแช่น้ำ ก่อนนำไปก่อผนัง

เทคนิคนี้จะช่วยให้อิฐแดงมีความอิ่มน้ำพอเพียง และไม่แย่งน้ำในปูนก่อหรือปูนฉาบ ที่อาจจะทำให้ปูนแห้งเร็วเหลือเกิน จนกระทั่งมีการหดตัว ผนังจะไม่แข็งแรง และก็ผิดใจได้ การนำก้อนอิฐไปแช่น้ำก่อนนำไปก่อผนังก็เลยมีประโยชน์ปิ้งมากมาย เพราะเหตุว่าไม่ว่าจะเป็นก้อนอิฐแดง ก้อนอิฐบล็อก หรือแม้กระทั้งก้อนอิฐมวลค่อย จะมีรูพรุนเล็กๆแทรกตัวอยู่ รูเหล่านี้จะทำหน้าที่ดูดซับน้ำ แล้วก็ความชื้น เมื่อนำก้อนอิฐแดงไปแช่น้ำก่อน ก้อนอิฐก็จะมีความอิ่มตัว

2. อย่าก่อปูนหนาเกิน 1.5 ซม.

ปัจจัยหลักสำคัญที่เพราะอะไรถึงไม่ควรก่อปูนหนาเกิน 1.5 เซนติเมตร โน่นเป็นด้วยเหตุว่าเมื่อปูนก่อเริ่มแห้งจะมีการหดตัวของชั้นปูนน้อย ซึ่งการก่อปูนหนาเกินกว่า 1.5 เซนติเมตร นั้น อาจจะส่งผลให้ชั้นปูนกำเนิดความทรุด รวมทั้งทำให้ผนังเอนเอียง ไม่แข็งแรง ทำให้ผนังบาดหมาง ยิ่งไปกว่านี้การก่อผนังก้อนอิฐแดงโดยมีร่องปูนก่อดกเกินกว่า 1.5 เซนติเมตร เป็นการก่อที่ทำให้สิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็นอีกด้วย โดยเหตุนี้ควรจะก่อปูนให้มีความหนา อยู่ที่ 0.5 – 1.5 เซนติเมตร จะดีเยี่ยมที่สุด

3. ก่ออิฐแดงสลับแนว

การก่ออิฐแดง โดยก่อในรูปแบบสลับแนว เป็นการยึดประสานกันระหว่างชั้นก้อนอิฐมากยิ่งกว่าการก่ออิฐแดงแบบแถวตรง เพื่อผนังก้อนอิฐก่อมีความแข็งแกร่ง ทน และก็ยึดประสานกันได้แน่นขึ้น

4. ติดตั้งเสาเอ็น และคานทับหลัง

เสาเอ็น รวมทั้งคานทับหลังที่พี่ๆช่างหลายคนบางทีอาจหลงๆลืมๆไปนั้นเปรียบได้เสมือนดั่งกระดูก และก็เส้นเอ็น ที่สามารถช่วยยึดเกาะให้ผนังก้อนอิฐแดงก่อมีความแข็งแกร่ง ทนทานต่อแรงกระแทก แล้วก็แรงกดทับ โดยเฉพาะในจุดที่เป็นช่องเปิด หรือช่องประตู หน้าต่าง ที่ควรจะมีการเปิดปิดอยู่เป็นประจำ โดยต้องจัดตั้งเสาเอ็น รวมทั้งคานทับหลังทุกๆระยะความกว้าง 2.5 เมตร แล้วก็ความสูง 1.5 เมต ในผนังที่มีความยาวเกิน 3 เมตรขึ้นไป

บ้านอิฐยุคใหม่

5. อย่าลืมยัดหัวปลาสร้อย

การก่อผนังอิฐแดงนั้น ควรจะเว้นพื้นที่ระหว่างเพดานข้างบนไว้ประมาณ 10 เซนติเมตร รอคอยให้ปูนก่อเซ็ทตัวการ ประมาณ 1-2 วัน แล้วจึงกระทำการ “ยัดหัวปลาสร้อย” ซึ่งเป็นกระบวนการก่ออิฐแดงในแนวตั้งเอียงตัวประมาณ 45 องศา ให้อยู่ระหว่างช่องว่างฝาผนัง กับเพดานด้านบนที่เว้นไว้ เคล็ดลับนี้เป็นการลดปัญหาแรงกดทับ และก็การแตกกันของผนัง เนื่องจากเมื่อเวลาผ่านไป ท้องคาน หรือแผ่นซีเมนต์สำเร็จรูปข้างบนชอบมีการแอ่นตัวลงมากดทับกับฝาผนังข้างล่าง แม้พวกเราก่อผนังขึ้นไปจนกระทั่งใกล้เพดาน อาจจะก่อให้ผนังมีการผิดใจได้

6. รดน้ำผนังอิฐแดงก่อ ก่อนฉาบปูน

ประโยชน์ของการทำวิธีนี้ก็คล้ายกับการนำก้อนอิฐแดงไปแช่น้ำ ก่อนนำไปก่อฝาผนังเลย บ้านสไตล์มินิมอล เพื่อป้องกันไม่ให้ก้อนอิฐแดงแย่งน้ำจากปูนฉาบ กระทั่งอาจส่งผลให้ผนังมีการแตกร้าวได้ จึงต้องควรรดน้ำผนังก้อนอิฐแดงก่อให้เปียกแฉะก่อนฉาบ 1 วัน รวมทั้งรดน้ำซ้ำอีกรอบในเช้าวันที่จะทำการฉาบ

7. ใช้เครื่องผสมปูนฉาบดีกว่า

งานฉาบเป็นงานที่ออกจะละเอียดไม่แพ้กับงานก่อผนังเลย ซึ่งผนังที่คนเป็นจำนวนมากมายต้องการ เป็นผนังที่เรียบเนียน ไม่สะดุด ด้วยเหตุผลดังกล่าวปูนฉาบควรต้องเป็นปูนที่มีเนื้อเนียนละเอียด ตัวช่วยสำคัญในเคล็ดลับนี้ก็เลยเป็นเครื่องผสมปูน เพราะเหตุว่าเครื่องผสมปูนนั้นมีคุณสมบัติสำหรับเพื่อการผสมปูนกับน้ำ รวมทั้งทรายให้เข้ากันได้มากยิ่งกว่าการผสมด้วยมือ หรือถ้าหาเครื่องผสมปูนมิได้จริงๆการใช้สว่านปั่นปูนก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกซึ่งสามารถตอบแทนกันได้

8. อย่าฉาบปูนหนาเกินไป

การฉาบปูนที่มีความหนาเหลือเกิน นอกเหนือจากที่จะเปลืองปูนแล้ว ยังมีผลให้ปูนแห้งช้า และก็ผนังก้อนอิฐแดงก่อจะต้องรับน้ำหนักของปูนฉาบที่มากขึ้น มีโอกาสเสี่ยงต่อการแตกหัก แล้วก็ยากต่อการปรับแต่ง ในกรณีที่ผนังมีการเอียง ไหมเรียบเสมอกัน ธรรมดาแล้วสามารถแก้ได้โดยการฉาบปูนเพิ่ม ปาดให้เสมอกัน แต่ว่าถ้าปูนที่ฉาบไว้แล้วมีความดกเกินความจำเป็น การปรับปรุงแก้ไขก็มีแม้กระนั้นต้องสกัดออกแล้วฉาบใหม่แค่นั้นล่ะ ดังนั้นจะต้องฉาบปูนให้มีความหนาอยู่ที่ 1.5 – 2 เซนติเมตร ก็พอเพียงแล้ว

9. บ่มผนังให้ความชื้น

เคล็ดลับนี้เป็นตัวช่วยไม่ให้ปูนฉาบเสียน้ำ และก็หดตัวเร็วเกินไป ที่สามารถทำเป็นโดยการรดน้ำผนังที่าบปูนทิ้งเอาไว้แล้ว 24 ชม. ให้เปียกขั้นต่ำวันละ 1 ครั้ง ไป 3-7 วัน และก็เพิ่มครั้งในการรดน้ำเป็นวันละ 2-3 ครั้ง ในส่วนของผนังที่พบเจอกับแดด หรือความร้อน โดยบางทีอาจเพิ่มตัวช่วยด้วยการขึงผ้าใบปิด เพื่อลดการสัมผัสกับอากาศ และก็แสงแดด บ้านวิลล่าภูเก็ต ผนังที่ได้จะแข็งแรง ทน ไม่แตกร้าวง่าย