บ้านอิฐไม่ทึบด้วยแสงธรรมชาติ

0

บ้านอิฐไม่ทึบด้วยแสงธรรมชาติ การอยู่อาศัยในบ้านที่มืดทึบ มองไปทางไหนก็สลัวและอับชื้น ไม่น่าจะใช่บ้านที่ให้คุณภาพชีวิตที่ดีกับผู้ที่อยู่อาศัย แม้บ้านเราจะเป็นเมืองร้อนแต่ก็ควรจะมีช่องทางรับแสงที่พอเพียงเพื่อลดความชื้นในฤดูฝน และมีช่องเปิดขนาดใหญ่ให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก บางอย่างที่เราได้เห็นในบ้านยุคใหม่แถบตะวันตก เช่น ผนังที่เปิดได้กว้าง ผนังกระจก ก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ เพียงแต่อาจจะต้องปรับเปลี่ยนในรายละเอียดของทิศทาง ตำแหน่ง และวัสดุตามความเหมาะสม ในเนื้อหานี้เรามีการตกแต่งบ้านที่โปร่งสว่าง
ไอเทมตกแต่งสวนสไตล์อังกฤษ

บ้านอิฐไม่ทึบด้วยแสงธรรมชาติ

บ้านอิฐไม่ทึบด้วยแสงธรรมชาติ

บ้านสเปซกว้าง

บ้านที่เปิดโล่งมีแต่แสงสว่าง และเชื่อมต่อพื้นที่ภายในและภายนอกอย่างใกล้ชิด เป็นส่วนสำคัญสำหรับสร้างคุณภาพชีวิตครอบครัวที่อยู่อาศัยในบ้านหลังนี้ แสงจากธรรมชาติเป็นปัจจัยหลัก ๆ ที่ต้องคำนึงถึงในการออกแบบทางสถาปัตยกรรมทุกโปรเจ็ค สำหรับบ้านหลังนี้จะเปิดบ้านไปด้านทิศเหนือ เพราะเป็นทิศที่มีความคงที่ของแสงตลอดวัน และยังได้รับความร้อนจากแสงแดดพอดีไม่ร้อนจนเกินไป จึงเหมาะจัดห้องนั่งเล่นในจุดนี้  นอกจากนี้สถาปนิกยังเปิดมุมมองจากเกือบทุกห้องในบ้านเชื่อมโยงผ่านช่องว่างขนาดใหญ่

การเชื่อมต่อพื้นที่ภายในภายนอกมีความสำคัญทั้งในด้านมุมมองและการสัญจรเข้าออก ในบ้านนี้เลือกใช้ประตูกระจกใสที่เปิดเลื่อนได้กว้างสร้างความต่อเนื่องกับพื้นที่นั่งเล่นปิ้งย่างบาร์บีคิวกลางแจ้งเข้ากับโซนทำอาหารที่สามารถใช้ร่วมกันได้ เป็นหนึ่งพื้นที่สร้างความสนุกสนานระหว่างสมาชิกครอบครัวและเพื่อน ๆ ที่มาเยือน

การออกแบบพื้นที่หรือเส้นทางภายนอกและภายในในบ้านควรคำนึงถึงความสะดวกในการเข้าถึง ทีมงานจึงจัดแปลนแบบ open plan ที่รวมการใช้งานหลากฟังก์ชันอย่าง ครัว มุมนั่งเล่น มุมทานอาหาร เข้าไว้ด้วยกันในห้องโล่ง ๆ และใช้เฟอร์นิเจอร์เป็นตัวบ่งบอกขอบเขตแทนที่จะก่อผนังปิดทึบเป็นห้อง ๆ ซึ่งทำให้บ้านแคบลง แสงเดินทางไม่ทั่วถึง และสัญจรได้ยาก

ประดับต้นไม้เพิ่มความเป็นธรรมชาติ

เติมเต็มความเป็นธรรมชาติให้บ้านสไตล์ลอฟท์ที่ตกแต่งผนังด้วยอิฐมีชีวิตชีวา หมดปัญหาบ้านมืดทึบชวนอึดอัด ด้วยการสร้างพื้นที่สีเขียวจากการจัดสวนปลูกต้นไม้ในบ้านให้มีความรื่นรมย์ อาจเป็นสวนกระถางขนาดเล็กหรือสวนแขวนแบบติดผนัง ก็สามารถเติมเต็มสีสันให้ผนังบ้านที่ดูแข็งกระด้างดูอบอุ่นอย่างลงตัว

แต่งพื้นด้วยโทนสีอ่อน บ้านอิฐไม่ทึบด้วยแสงธรรมชาติ

แต่งพื้นด้วยโทนสีอ่อน

ผนังบ้านที่ตกแต่งด้วยอิฐธรรมชาติโทนสีน้ำตาลแดงเข้ม เหมาะกับการตกแต่งพื้นด้วยเฉดสีอ่อน เพื่อสร้างบรรยากาศภายในบ้านไม้ให้มืดทึบจนเกินไป อาจเลือกใช้กระเบื้องโทนสีสว่างที่มีความเรียบง่าย อย่างสีขาว สีเทาอ่อน หรือสีครีม แต่หากต้องการปูพื้นด้วยกระเบื้องที่มีลวดลาย แนะนำให้เลือกใช้กระเบื้องที่มีสีพื้นหลักเป็นสีสว่างและมีลวดลายเป็นโทนสีที่เข้มกว่า ก็จะช่วยเพิ่มความโดดเด่นสะดุดตาให้พื้นที่อยู่อาศัยได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ผสมผสานวัสดุที่หลากหลาย

การแต่งผนังบ้านด้วยวัสดุอิฐทั้งหลังอาจทำให้บรรยากาศภายในบ้านมืดทึบและดูแข็งกระด้างจนเกินไป แนะนำให้เลือกใช้วัสดุหลากหลายประเภทที่มีความแตกต่างกันมาตกแต่งผนัง โดยอาจกำหนดบริเวณที่ต้องการเน้นให้จุดเด่นด้วยการใช้อิฐตกแต่งผนังเพียงด้านใดด้านหนึ่ง ส่วนผนังในมุมอื่นอาจใช้วิธีฉาบปูนและทาสีขาวแบบเรียบง่าย หรือเพิ่ม texture ด้วยการปูกระเบื้องสีสว่างลงบนผนัง พร้อมเลือกใช้ฝ้าแบบมีลายเซาะร่องเหมือนงานไม้ เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้พื้นที่ภายในบ้านมากยิ่งขึ้น เพียงเท่านี้ก็สามารถลดทอนความดิบเท่และโทนสีเข้มจากวัสดุอิฐที่นำมาใช้ในการตกแต่งบ้านได้อีกระดับ

ผนังอิฐโชว์แนวดิบดีแต่อบอุ่น

วัสดุธรรมชาติเป็นตัวประกอบที่ตกแต่งให้เกิดความโดดเด่นขึ้นภายใน ไม่ว่าจะเป็นไม้อัดลายสีอ่อน ๆ หรือผนังอิฐเก่ารีไซเคิลเรียงโชว์แนวไม่ฉาบทับที่มีสีหลากหลายตามแหล่งดินและอุณหภูมิที่เผา สร้าง texture ที่น่าสนใจให้บ้านไปพร้อม ๆ กับเติมบรรยากาศความดิบแบบอุตสาหกรรม แต่ยังได้ความรู้สึกถึงความอบอุ่น มุมมองของสระน้ำให้ความรู้สึกสดชื่น จึงเลือกจุดที่อยากให้มองเห็นเป็นตำแหน่งผนังกระจกขนาดใหญ่ มีประตูเปิดออกเชิญชวนให้ละอองไอน้ำเข้ามาเติมความสบายภายใน

ผนังกระจกทำให้บ้านมีกรอบแต่เหมือนไร้กรอบ

การเชื่อมต่อสเปซนี้ยังนำมาใช้ในห้องนอนได้ด้วย จากเดิมที่ห้องนอนต้องการการปิดทึบให้ความปลอดภัย แต่บางคราวเราก็ต้องการดึงธรรมชาติให้เข้ามาใกล้ตัวมากขึ้น ซึ่งจะได้ประโยชน์ในเรื่องสุขภาพและอนามัยภายในพื้นที่พักผ่อนด้วย ห้องนอนผนังกระจกกรอบสีดำเปิดเชื่อมต่อสเปซพักผ่อนกลางแจ้งส่วนตัวด้านนอก ทำให้เหมือนห้องนอนไร้ผนังรับแสงแดดสายลมและวิวได้เต็มตาอย่างที่ต้องการ ติด ๆ กันเป็นประตูห้องน้ำที่มีหลังคาและกันสาดคลุมอยู่ ทำให้การการเดินออกไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ด้านนอกไม่เป็นอุปสรรค

จัดวางช่องแสงขนาดใหญ่ บ้านอิฐไม่ทึบด้วยแสงธรรมชาติ

จัดวางช่องแสงขนาดใหญ่

ปัญหาของการแต่งผนังบ้านสไตล์ลอฟท์ด้วยวัสดุอิฐเป็นสิ่งที่เจ้าของบ้านมักจะกังวลใจว่าบรรยากาศภายในบ้านจะดูอึดอัดและไม่น่าอยู่ แต่หากลองใช้วิธีการออแบบช่องแสงภายในบ้านให้มีขนาดใหญ่ เพื่อเปิดรับแสงสว่างได้มากขึ้น เปลี่ยนจากหน้าต่างบานเปิดกว้างที่เปลืองพื้นที่ใช้งาน เป็นหน้าต่างบานเลื่อนกระจกใสที่สามารถเปิดรับแสงสว่างได้ดีโดยไม่รบพื้นที่ใช้สอยอื่น ๆ ก็จะช่วยให้บรรยากาศภายในบ้านที่ตกแต่งด้วยวัสดุอิฐสไตล์ลอฟท์ดูโปร่งโล่งมากกว่าเดิม

แต่งผนังอิฐนอกบ้าน

หากยังไม่มั่นใจที่จะเปลือยผนังบ้านด้วยการโชว์ผิวสัมผัสจากวัสดุอิฐธรรมชาติที่มีความดิบและแข็งกระด้าง อาจลองเปลี่ยนมาตกแต่งผนังภายนอกบ้านด้วยวัสดุอิฐแทนการตกแต่งผนังภายในบ้าน ก็เป็นอีกไอเดียหนึ่งของการแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์ที่ไม่ทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูมืดทึบจนเกินไป โดยหันมาเลือกใช้เฉดสีเอิร์ธโทนที่มีความอบอุ่นตกแต่งร่วมกับการโชว์ผิวสัมผัสจากงานไม้แทน ก็จะช่วยทำให้พื้นที่อยู่อาศัยดูอบอุ่นสบายตามากยิ่งขึ้น

โครงเหล็กสีดำเป็นอีกหนึ่งวัสดุที่โดดเด่นของบ้าน เมื่อต้องใส่รายละเอียดการตกแต่งภายในสถาปนิกจึงดึงส่วนนี้เป็นจุดร่วม เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อที่เหนียวแน่นกับภายนอกบ้านและใช้แนวคิดของ ‘Frame’  หรือใส่กรอบให้ช่องเปิดที่เป็นกระจกใสให้มีเส้นสายตาที่ชัดเจนดูเบาลอยไปทั่วทั้งบ้านรวมถึงห้องน้ำด้วย

สถาปัตยกรรมในยุคใหม่ไม่ได้มีหน้าที่เพียงเพื่อการใช้สอยหรืออยู่อาศัยอยู่ไปเป็นวันๆ แต่มีการตีความบทบาทของบ้านในรูปแบบใหม่ๆ ให้มีปฏิสัมพันธ์กับภูมิทัศน์ในบ้าน พื้นที่ว่างรอบบ้าน  เพื่อให้สอดคล้องพฤติกรรมของผู้อยู่อาศัยที่ออกจากกรอบสี่เหลี่ยมออกมาภายนอกและยังทำให้บ้านให้มีมิติมากขึ้น ความเฉลียวฉลาดในการออกแบบที่สร้างความสัมพันธ์ภายใน-ภายนอกพื้นที่แบบนี้ ทำให้สมาชิกทุกคนในครอบครัวได้รับประสบการณ์ดี ๆ ในการใช้ชีวิต และยังรักษาความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันไม่ว่าสมาชิกในบ้านจะใช้เวลาอยู่คนเดียวหรือสนุกสนานกับกิจกรรมประจำวันด้วยกันก็ตาม

ใช้ระแนงเป็นตัวช่วยเปิดรับแสง บ้านอิฐไม่ทึบด้วยแสงธรรมชาติ

ใช้ระแนงเป็นตัวช่วยเปิดรับแสงที่พอดี

สิ่งที่เจ้าของบ้านต้องการไม่ให้บ้านมืดและทึบจนเกินไป ต้องการแสงจากธรรมชาติมาช่วยเรื่องความสว่างในตัวบ้าน ไม่เพียงแค่เรื่องความสวยงามเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวขณะที่กำลังอยู่อาศัยด้วย เรามักได้เห็นบ้านบางหลังที่ปิดผนังทึบ เพื่อพรางสายตาจากผู้คนภายนอกและป้องกันโจรขโมย ซึ่งวิธีการดังกล่าวอาจทำให้เกิดผลเกี่ยวเนื่องในเรื่องความร้อนอบอ้าว ช่องทางลม ช่องทางแสงไม่เพียงพอ รวมไปถึงความสวยงามของงานดีไซน์ที่ลดน้อยลง ระแนงบังตา จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยตอบโจทย์ทั้งเรื่องความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว รวมถึงการกันหรือระบายความร้อนได้เป็นอย่างดี เนื้อหานี้ พวกเรา มีข้อแนะนำ พร้อมกับวัสดุที่น่าสนใจมาฝากกันครับ

รั้ว  เริ่มจากภายนอกบ้านอย่างรั้ว ที่มีบทบาทสำคัญในเรื่องการสร้างความปลอดภัยให้กับบ้าน และเพื่อไม่ให้เพื่อนบ้านฝั่งตรงกันข้ามหรือด้านข้าง มองเข้ามาเห็นภายในบ้านมากเกินไป สามารถทำระแนงพรางตาด้วยการต่อเติมระแนงลงบนโครงสร้างกำแพงที่มีอยู่แล้ว หรือจะตีระแนงใหม่ตั้งแต่พื้นเลยก็ได้ รูปแบบทำได้หลากหลายทั้งในระนาบแนวตั้ง แนวนอน หรือแนวเฉียง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดีไซน์ของบ้านเป็นสำคัญ

ระเบียง เป็นส่วนใช้งานนอกบ้านที่สมาชิกในครอบครัวมักใช้พักผ่อน จึงต้องการความเป็นส่วนตัวในระดับหนึ่ง ลองมองหาด้านที่ไม่ต้องการให้บุคคลภายนอกมองเห็น แล้วทำแผงระแนงเอาไว้ที่ด้านนั้น ตีระแนงจรดหลังคาด้านบนหรือแค่เพียงบางส่วนก็ได้ สามารถเพิ่มความครีเอทด้วยการตกแต่งชั้นวาง ราวแขวนต้นไม้ประดับหรือออกแบบให้ระแนงเลื่อนไปมาได้  ทำให้ใช้งานได้อย่างยืดหยุ่นและสนุกกว่าเดิม

บังด้านที่แดดจัดแดดแรง ประเทศไทยเป็นเมืองร้อน ทิศทางของแสงจะเดินทางจากตะวันออกอ้อมไปทางทิศใต้ บ้านที่หน้าบ้านหันทางทิศใต้และตะวันตกจึงมักได้รับความร้อนเป็นพิเศษ จึงควรทำฉากระแนงหรือฟาซาดบ้านเป็นผนังบังตาในทิศนั้น ๆ เพื่อกั้นกรองแสง ช่วยลดความร้อนและความสว่างจ้าในช่วงบ่ายของวัน

บังตาจุดที่ไม่สวยงาม ด้านใดด้านหนึ่งของบ้านอาจไม่ได้ตกแต่งให้ดูดี เช่น มุมซักล้าง หรือถังเก็บน้ำ เมื่อมองเข้ามาจากหน้าบ้านอาจลดทอนความสวยงามของภาพรวมไปได้ ในการทำระแนงบังตาในส่วนนี้ไม่จำเป็นต้องทำล้อมทุกด้าน แค่เลือกด้านที่มองเห็นได้ชัดจากภายนอกก็พอ เพื่อความประหยัดและความสะดวกในการเข้าไปใช้งาน

บังจุดที่ต้องการความปลอดภัยเป็นพิเศษ บ้านยุคใหม่มักติดตั้งผนังกระจกหรือประตูกว้าง ๆ เพื่อรับแสงและเชื่อมต่อกับภูมิทัศน์ภายนอก ซึ่งอาจสร้างความกังวลใจในเรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว  แก้ไขได้ด้วยการเสริมระแนงอีกชั้นตรงด้านนอกช่องหน้าต่างหรือประตู โดยออกแบบเป็นบานเลื่อนหรือบานที่เปิดปิดได้ ไม่เพียงแต่ช่วยบังตาเท่านั้น วิธีการนี้ระแนงจะทำหน้าที่เป็นเหล็กดัดไปในตัวให้แก่บ้านด้วย

ระแนงพรางตาระหว่างพื้นที่ ระแนงบังตาไม่ได้แค่เหมาะกับการใช้งานภายนอกเท่านั้น แต่สามารถปรับใช้ในส่วนต่าง ๆ ภายในบ้านได้อีกด้วย เช่น ทำระแนงกั้นระหว่างมุมนั่งเล่นกับห้องทานอาหาร , โซนทำงานกับโซนพักผ่อน เป็นต้น นอกจากจะสร้างขอบเขตให้แต่ละฟังก์ชันโดยที่ยังมองเห็นกัน ลมและแสงลอดผ่านได้ ไม่มืด ไม่อึดอัดเหมือนกับการก่อผนังทึบแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการก่อผนังไปในตัวด้วย

บันได บ้านบางหลังอาจต้องการบันไดที่มีความปลอดภัยไปพร้อม ๆ กับความโปร่ง สามารถทำได้ด้วยการทำระแนงพรางตาทดแทนราวจับไปเลย ซึ่งส่วนใหญ่มักดีไซน์เป็นเส้นสายแนวตั้ง เพื่อให้บ้านดูสูงโปร่งขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มลูกเล่นฟังก์ชันใช้งานอื่น ๆ เข้าไปได้ด้วย เช่น ต่อเติมชั้นวางของสะสมหรือแขวนกระถางต้นไม้เล็ก ๆ เป็นการเพิ่มประโยชน์จากระแนงบังตาได้อย่างเต็มที่

วัสดุก่อสร้างที่สามารถนำมาใช้ทำระแนงบังตาและกันแสงแดดมีหลากหลาย อาทิ อิฐช่องลม, เหล็ก, อลูมิเนียม แต่สำหรับบ้านที่ต้องการให้แลดูอบอุ่น เป็นธรรมชาติ อาจเลือกใช้ไม้มาทำเป็นระแนงบังตา หรือจะใช้เป็นวัสดุทดแทน

GLASS TYMPANUM

วัสดุที่นิยมใช้เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติ

ปัจจุบันเทรนด์ออกแบบบ้านแต่งบ้านรูปแบบต่างๆ เข้ามามีบทบาทในการแต่งบ้านของเรามากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการแต่งบ้านแบบเปิดรับแสงจากธรรมชาติ หรือที่หลายคนเรียกกันว่าการดึงแสงเข้าบ้านนั่นเอง ซึ่งหลักการแต่งบ้านสไตล์นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่จนถูกเรียกเป็นเทรนด์ได้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเก่าเพราะยังเป็นที่นิยมกันมากมาย ซึ่งข้อดีของการมีบ้านที่สามารถเปิดรับแสงจากธรรมชาติได้นั้นมีมากกว่าการทำให้บ้านเต็มไปด้วยมุมทึบ

GLASS TYMPANUM

สำหรับไอเดียแรกในการเปลี่ยนบ้านทึบให้สว่างขึ้นมาได้ง่ายๆ ก็คือการใช้กระจกเข้าช่วยนั่นเองครับ ซึ่งหลักการของ “GLASS TYMPANUM” นั้นจะเป็นการเปลี่ยนลุคจั่วหน้าบ้านด้วยการกรุกระจกใส ส่วนใหญ่จะใช้สำหรับประตูหรือหน้าต่างบ้านที่เป็นแบบทึบ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้บ้านดูสว่าง อีกทั้งยังเป็นไอเดียที่ทันสมัยด้วยครับ

THROUGH THE WALL

มาต่อกันที่ไอเดีย “THROUGH THE WALL” กันครับ ซึ่งไอเดียนี้จะเป็นการเลือกใช้บล็อกช่องลมมาก่อเป็นผนัง โดยบริเวณที่นิยมใช้กันเลยก็คือโถงบันไดหรือทางเดินที่ส่วนใหญ่แล้วจะพบว่าเป็นมุมทึบแสงของบ้านเสียส่วนใหญ่ ดังนั้นการนำไอเดียนี้มาใช้ในการแต่งบ้านจะเป็นการสร้างแสงสว่างให้แต่ละมุมของบ้านไม่ดูทึบจนเกินไปนั่นเองครับ

WOODEN FIN FACADE

สำหรับไอเดียต่อมาอย่าง “WOODEN FIN FACADE” ต้องบอกว่าไอเดียนี้เป็นการเพิ่มลูกเล่นให้ตัวบ้านด้วยการนำแผงระแนงไม้มาใช้ในการตกแต่งนั่นเองครับ โดยเราสามารถปรับองศาของระแนงไม้แต่ละซี่ให้เหมาะสมได้ตามใจ แต่ส่วนใหญ่แล้วควรปรับองศาของระแนงไม้ให้เหมาะสมกับองศาของแสงแดดที่จะสาดเข้าสู่ตัวบ้าน เพื่อลดปัญหาแสงจ้าเกินไปครับ

THE SKYLIGHT

THE SKYLIGHT

สำหรับไอเดียนี้ค่อนข้างเป็นที่นิยมในปัจจุบันเลยครับ กับไอเดีย “THE SKYLIGHT” แน่นอนว่าบ้านหลายหลังอาจจะถูกออกแบบมาโดยที่แสงจากธรรมชาติไม่สามารถส่องผ่านเข้ามาได้ไม่ว่าจะทางประตูหรือหน้าต่าง ดังนั้นการเปลี่ยนหลังคาให้กลายเป็นกระจกเพื่อให้แสงสามารถส่องผ่านเข้าได้จึงกลายเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดนั่นเองครับ ไม่เพียงแค่ช่วยให้บ้านสว่างขึ้น แต่ยังเป็นการดีไซน์บ้านที่ดูทันสมัยอีกด้วย

OUTSIDE IN

และมาถึงไอเดียสุดท้ายกันครับ ซึ่งไอเดียนี้คือ “OUTSIDE IN” จะคล้ายกับวิธีก่อนหน้านี้ที่ใช้กระจกเป็นตัวช่วยให้แสงส่องผ่านเข้ามาในบ้านได้ แต่วิธีนี้จะต่างตรงที่เราใช้กระจกสำหรับผนังบ้านนั่นเองครับ ส่วนใหญ่แล้วจะใช้กับห้องนั่งเล่น โดยเราสามารถออกแบบผนังให้เป็นกระจกยาวทั้งผืนไปเลยก็ได้เช่นกันครับ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับ 5 ไอเดียรับแสงธรรมชาติเข้าบ้าน ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ ซึ่งการตกแต่งบ้านให้สามารถเปิดรับแสงจากธรรมชาติให้สามารถส่องเข้ามาในตัวบ้านได้นั้นไม่เพียงแค่ช่วยประหยัดไฟในเวลากลางวันเท่านั้นนะครับ แต่ยังเป็นเคล็ดลับหนึ่งของการทำให้บ้านดูโปร่ง สบาย น่าอยู่มากยิ่งขึ้นนั่นเองครับ