ปรับบ้านให้เหมาะกับผู้สูงอายุ

0

ปรับบ้านให้เหมาะกับผู้สูงอายุ การออกแบบที่อยู่อาศัยภายในบ้านให้เอื้อต่อการใช้ชีวิตสำหรับผู้สูงอายุก็ยิ่งต้องพิถีพิถันมากเป็นพิเศษกว่าส่วนอื่นๆ ซึ่งนอกจากควรจะมาพร้อมความสะดวกสบายแล้ว เรื่องของความความปลอดภัยก็นับเป็นปัจจัยหลักที่เราต้องทำความเข้าใจและให้ความสำคัญ เพื่อที่จะจัดสรรพื้นที่ต่างๆ ให้เหมาะสมลงตัวสำหรับชีวิตของคนที่เรารักให้มากที่สุด ในวันนี้เราขอนำไอเดียการตกแต่งบ้านยังไงให้ตอบโจทย์เรื่องความปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ

สำหรับบ้านที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ด้วย สิ่งที่เราควรคำนึงถึงเป็นอันดับแรกคือเรื่องของความปลอดภัยในทุกย่างก้าว ด้วยการจัดสภาพแวดล้อมของบ้านให้ผู้สูงอายุสามารถเดินเข้าออกหรือใช้พื้นที่ต่างๆ ของบ้านได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัย ในบางกรณีที่ผู้สูงอายุอาจจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเดินหรือรถเข็นต่างๆ ร่วมด้วย จึงควรออกแบบบ้านให้มีพื้นที่สำหรับทางเดินหรือทางลาดแทนขั้นบันไดเพื่อความปลอดภัย หรืออาจทำเป็นราวจับไว้อำนวยความสะดวกตามพื้นที่ต่างๆ

อย่างภายในห้องน้ำก็ควรมีการออกแบบให้มีความปลอดภัยต่อผู้สูงอายุให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการทำราวจับภายในห้องน้ำที่ควรเลือกวัสดุผิวเรียบ ติดตั้งสูงจากพื้น 80 – 90 เซนติเมตร และห่างจากผนัง 4 -5 เซนติเมตร แต่ถ้าผนังเป็นวัสดุผิวหยาบควรติดตั้งให้ห่างอย่างน้อย 6 เซนติเมตร และสำหรับการเลือกใช้กระเบื้องปูพื้นควรให้มีผิวหยาบเล็กน้อย หรือเลือกกระเบื้องโมเสกชิ้นเล็กๆ อาจเพิ่มการกันลื่นด้วยแถบกันลื่นหรือทาน้ำยากันลื่น พร้อมทั้งทำพื้นให้เรียบไม่เป็นแอ่งให้ขังน้ำได้ หรืออาจทำเป็นที่นั่งสำหรับการนั่งอาบน้ำก็เป็นไอเดียที่ดีไม่น้อย

มุมพักผ่อนผู้สูงอายุ ปรับบ้านให้เหมาะกับผู้สูงอายุ

ลำดับต่อมาคือการจัดวางมุมพักผ่อนส่วนตัวอย่างห้องนอนให้เหมาะสม เนื่องจากผู้สูงอายุมักจะขึ้นลงบันไดไม่สะดวก อีกทั้งยังอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอันตรายต่างๆ ได้ ทางที่ดีจึงควรจัดวางพื้นที่ของห้องนอนไว้บริเวณชั้นล่างของบ้าน โดยอาจปรับมุมห้องครัวเดิมให้กลายเป็นห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุ จากนั้นให้ย้ายมุมครัวไปไว้ในส่วนพื้นที่หลังบ้าน พร้อมเนรมิตพื้นที่หลังบ้านอีกครึ่งหนึ่งที่ติดกันกับห้องนอนผู้สูงอายุให้กลายเป็นมุมสวนธรรมชาติสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ

สำหรับห้องนอนของผู้สูงอายุ ควรเน้นการออกแบบที่เรียบง่าย ไม่ยุ่งยากและซับซ้อนจนอาจทำให้เกิดอันตรายหรืออุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด พื้นที่ภายในห้องควรเลือกตกแต่งด้วยโทนสีอ่อนโยนที่ให้ความรู้สึกสบายตา อย่างสีขาว สีครีมอ่อนๆ ก็จะช่วยสร้างบรรยากาศสงบนิ่งที่เหมาะแก่การพักผ่อนมากยิ่งขึ้น ในส่วนของเตียงนอนควรจัดวางไว้ให้อยู่ในตำแหน่งที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยควรจัดให้หัวเตียงอยู่ใกล้กันกับบริเวณหน้าต่างเพื่อให้สามารถมองเห็นวิวสวยๆ จากมุมสวนได้อย่างชัดเจน ความสูงของเตียงควรเลือกให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมมีความสูงประมาณ 55-60 เซนติเมตร สามารถลุกนั่งได้อย่างสะดวกสบาย ที่สำคัญการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ภายในห้องก็ต้องเลือกให้มีขนาดที่เหมาะสมลงตัวโดยไม่ทำให้เกิดอันตรายกับผู้สูงอายุ จำนวนของใช้ภายในห้องก็ไม่ควรจัดวางมากจนเกินไป โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ทีวี ตู้เย็น ฯลฯ เพราะคลื่นไฟฟ้าจากเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายของผู้สูงอายุได้ง่าย ที่สำคัญคือ ควรให้ภายในห้องมีอากาศที่ถ่ายเทได้อย่างสะดวก มีลมพัดผ่าน รวมถึงมีการจัดแสงสว่างให้เหมาะสม ไม่สว่างจ้าหรือทำให้มืดทึบจนเกินไป

นอกจากนี้ การออกแบบขนาดของประตูบ้านหรือประตูห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุให้มีขนาดประตูที่ใหญ่และกว้างขึ้น โดยมีความกว้างสุทธิอย่างน้อย 90 เซนติเมตร หากเป็นประตูบานเปิด ควรมีที่ว่างหน้าประตู 1.50 x 1.50 เมตร เพื่อให้รถเข็นเบี่ยงหลบบ้านประตูเข้าออกได้ง่าย โดยไม่ทำให้เกิดอันตรายต่างๆ หรือเลือกทำห้องของผู้สูงอายุให้เป็นประตูบานกระจกใส ก็จะช่วยทำให้มองเห็นและสามารถเข้าไปช่วยเหลือผู้สูงอายุได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด แต่ยังสามารถคงบรรยากาศของความเป็นส่วนตัวไว้ได้ด้วยการติดตั้งผ้าม่าน

งแม้ว่า บ้าน จะเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุด แต่เราก็ต้องระมัดระวังให้มากที่สุด โดยเฉพาะอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุได้ทุกเวลา ดังนั้นการจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุจึงเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะเมื่อสภาพแวดล้อมสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตการของผู้สูงอายุได้เป็นอย่างดีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาไหนคนที่คุณรักก็จะสามารถอาศัยอยู่ภายในบ้านได้อย่างปลอดภัยโดยไม่เกิดอันตรายจากอุบัติเหตุต่างๆ อย่างแน่นอน เพียงเท่านี้ทุกพื้นที่แห่งความสุขก็พร้อมเติมเต็มความอบอุ่นใจให้แก่ทุกคนภายในครอบครัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ห้องนอนผู้สูงอายุ ปรับบ้านให้เหมาะกับผู้สูงอายุ

ปรับบ้านให้เหมาะกับผู้สูงอายุ

โดยการออกแบบและปรับบ้านให้เหมาะกับการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุ ต้องคำนึงถึง 5 องค์ประกอบหลักคือ
1.Safety ความปลอดภัยเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุหกล้ม
2.Ease of Use อุปกรณ์ต่างๆ ควรใช้งานง่าย สะดวกและออกแรงน้อย
3.Eligible ดีไซน์ให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายและข้อจำกัดของแต่ละบุคคล
4.Accessibility การจัดพื้นที่และอุปกรณ์ที่เอื้อต่อการเคลื่อนตัวหรือก้าวเดิน
5.Stimulation การฟื้นฟูความมีชีวิตชีวาผ่านการจัดสภาพแวดล้อม

ผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป มักประสบปัญหาการหกล้ม แนวโน้มการเกิดอุบัติเหตุเพิ่มขึ้นตามอายุที่มากขึ้นด้วย บริเวณที่เกิดการหกล้มบ่อย ได้แก่ ห้องนอน ห้องน้ำ พื้นที่ขึ้นลงบันได และภูมิทัศน์รอบบ้าน

ด้วยเหตุนี้ เอสซีจี เอลเดอร์แคร์ โซลูชั่น จึงแนะเคล็ดลับปรับพื้นที่สำคัญของบ้านด้วยแนวคิด เอจเลส ลิฟวิง (Ageless Living) ที่มุ่งให้ผู้สูงอายุสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างอิสระ ปลอดภัย ลดเส้นแบ่งทางอายุและขีดจำกัดของร่างกาย ให้สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ภายในบ้านกับครอบครัวได้อย่างมีความสุข

ห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุ
 ควรอยู่ชั้นล่างเพื่อลดการขึ้น-ลงบันได พื้นควรปูด้วยวัสดุลดแรงกระแทกและไม่ควรมีพื้นที่ต่างระดับ เพื่อป้องกันการสะดุดหกล้ม เตียงนอนควรเลือกขนาดให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุ ปรับระดับความสูงได้ มีราวจับข้างเตียง พร้อมแนะให้มีพื้นที่บริเวณข้างเตียง 90-100 เซนติเมตร เพื่อให้รองรับการใช้งานรถเข็นและสามารถเข้าไปดูแลได้ ภายในห้องนอนควรติดตั้งราวจับบริเวณที่มีการลุกนั่ง มีไฟส่องสว่างอัจฉริยะที่สามารถเปิด-ปิดอัตโนมัติ เพื่อนำทางเดินจากเตียงนอนไป-กลับห้องน้ำในยามค่ำคืน ส่วนประตูไม่ควรมีธรณีประตูเพื่อป้องกันการสะดุด เลือกแบบบานเลื่อนเปิด-ปิด ที่มีระบบรางแขวนด้านบน ตัวล็อกใช้งานง่าย ใช้แรงน้อย

ห้องนอนผู้สูงอายุที่ติดตั้งไฟสว่างอัจฉริยะ

ห้องนอนผู้สูงอายุที่ติดตั้งไฟสว่างอัจฉริยะ

ห้องน้ำ ควรแบ่งพื้นที่โซนห้องน้ำเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน คือ พื้นที่โซนแห้ง เลือกใช้อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังที่สามารถรองรับน้ำหนักการเท้าแขนของผู้สูงอายุ ก๊อกน้ำควรเป็นแบบ ก้านโยกหรือก้านปัด ส่วนโถสุขภัณฑ์ควรเป็นแบบนั่งราบ มีระดับความสูงเหมาะสม ให้ลุกนั่งง่าย เท้าไม่ลอย และติดตั้งราวจับบริเวณข้างโถสุขภัณฑ์

พื้นที่โซนเปียก แนะนำให้มีที่นั่งอาบน้ำที่มีความแข็งแรง ขนาดและความสูงเหมาะกับผู้สูงอายุ ฝักบัวควรติดตั้งอยู่บริเวณด้านข้างของที่นั่ง ก้านฝักบัวสามารถปรับระดัความสูงได้ เลือกใช้วาล์วเปิด-ปิดน้ำที่สามารถคุมอุณหภูมิได้ ติดตั้งราวจับบริเวณพื้นที่อาบน้ำ ที่สำคัญควรใช้กระเบื้องปูพื้นที่มีค่าความฝืดตั้งแต่ R10 ขึ้นไป เพื่อป้องกันการลื่นล้ม รวมไปถึงการติดตั้งราวจับโดยเฉพาะบริเวณพื้นที่อาบน้ำ

ก็อกน้ำแบบก้านเพื่อความสะดวกในการใช้งาน

พื้นที่ขึ้นลงบันได หากห้องนอนผู้สูงอายุอยู่ชั้นบน อาจทำให้ปวดเข่าเวลาขึ้น-ลงบันได หรืออาจสะดุดพลัดตกจากบันได ดังนั้นควรปรับให้มีความกว้างที่เหมาะสม ลูกตั้งบันไดสูงไม่เกิน 15 เซนติเมตร ลูกนอนกว้างอย่างน้อย 30 เซนติเมตร จมูกบันไดมีสีแตกต่างจากพื้นผิวของบันไดเพื่อให้สังเกตเห็นความแตกต่างของบันไดได้ชัดเจน ควรมีราวบันไดทั้ง 2 ข้าง ในระยะ 80 เซนติเมตร จากพื้น และมีแสงสว่างให้เพียงพอ แนะนำให้ติดตั้ง “ลิฟต์บันได” เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกได้

ภูมิทัศน์รอบบ้าน ทางเข้าบ้านและบริเวณสวน พื้นทางเดินควรเรียบและมีที่นั่งสำหรับชมธรรมชาติเป็นระยะ ที่นั่งพักควรมีราวจับหรือเท้าแขนเพื่อช่วยในการพยุงตัวลุกได้สะดวก ในกรณีที่มีทางลาดเข้าบ้าน ควรมีความชันไม่เกิน 1:12 มีพื้นที่ว่างหน้าทางลาดไม่น้อยกว่า150 เซนติเมตร ใช้วัสดุพื้นผิวไม่ลื่น มีขอบกั้นและราวจับตลอดแนวทางลาด สำหรับความกว้างทางเดินควรกว้างอย่างน้อย 90 เซนติเมตร เพื่อรองรับการใช้รถเข็น

นอกจากนี้หากผู้สูงอายุชอบการทำสวน ควรเลือกการปลูกในกระบะที่ระยะความสูงประมาณ 60-80 เซนติเมตร หรือปลูกต้นไม้แบบสวนแนวตั้ง เพราะบ้านคือพื้นที่สำคัญที่ควรใส่ใจในการปรับให้สมาชิกในครอบครัวทุกเพศทุกวัยสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างมีความสุข

การปรับปรุงห้องน้ำเพื่อผู้สูงอายุโดยเฉพาะ

การปรับปรุงห้องน้ำเพื่อผู้สูงอายุโดยเฉพาะ

เพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ อุบัติเหตุในผู้สูงอายุจึงเป็นเรื่องที่ทุกครอบครัวให้ความสำคัญ และคอยเฝ้าระวังไม่ให้เกิดขึ้น ทุกครอบครัวจึงจำเป็นต้องปรับปรุงบ้านเพื่อให้เข้ากับการใช้งานของผู้สูงอายุ

1. ขนาดพื้นที่ภายในห้องน้ำ

การออกแบบห้องน้ำผู้สูงอายุที่เหมาะสมควรมีพื้นที่อย่างน้อย 1.5×2 เมตร เพื่อให้ผู้สูงอายุมีพื้นที่ให้เคลื่อนไหวมากพอ ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องหลบหลีกอุปกรณ์ หรือสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำ นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่ ที่เหมาะสมต่อผู้ที่ใช้วีลแชร์จะหมุนกลับตัวได้สะดวก

2. ระดับพื้นห้องน้ำ

เมื่อมีอายุมากขึ้น ผู้สูงอายุมักก้าวเท้าได้ไม่สูงมากนัก จึงควรปรับปรุงห้องน้ำผู้สูงอายุให้พื้นเท่ากันไม่มีพื้นต่างระดับโดยเฉพาะพื้นที่ระหว่างส่วนเปียก-แห้ง โดยรางน้ำทิ้งแบบยาวเพื่อป้องกันน้ำไหลไปยังส่วนแห้งแทนการใช้พื้นต่างระดับได้ช่วยลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุภายในห้องน้ำได้เป็นอย่างดี

3. วัสดุที่ใช้ปูพื้น

วัสดุปูพื้นที่เหมาะกับการรีโนเวทห้องน้ำผู้สูงอายุ ควรเลือกใช้กระเบื้องปูพื้นที่มีค่า R สูง (ค่า Ramp หรือค่าความหนืดของพื้นกระเบื้อง) ควรเลือกใช้กระเบื้องที่มีค่า R10 ขึ้นไป เช่น กระเบื้องพอร์ซเลนเชอร์ริช เบจ ที่มีค่า R11 และไม่ควรทำพื้นขัดมัน รวมถึงควรใช้แผ่นรองกันลื่นในห้องน้ำร่วมด้วยเพื่อป้องกันการลื่นล้มในห้องน้ำ เนื่องจากแผ่นรองกันลื่น มักมีปุ่มดูดติดกับพื้น และมีหลุมขนาดเล็กที่ออกแบบมาเพื่อระบายน้ำทิ้ง

4. ประตูห้องน้ำ

เพื่อความสะดวกควรใช้ประตูแบบบานเลื่อนที่มีรางแขวนด้านบน และไม่มีธรณีประตูเพื่อให้เดินเข้าออกได้สะดวกลดโอกาสสะดุดหกล้ม และประตูควรมีความกว้างอย่างน้อย 90 ซม. เพื่อให้รถเข็นเข้าออกได้สะดวกมากยิ่งขึ้น หากจำเป็นต้องใช้ประตูบานเปิดควรเลือกใช้ลูกบิดแบบก้านโยกเพื่อลดแรงที่ต้องใช้เปิดประตู

5. ติดตั้งราวจับในห้องน้ำ

ราวจับในห้องน้ำเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับห้องน้ำผู้สูงอายุสามารถติดตั้งได้ตามจุดต่าง ๆ ในห้องน้ำ เพราะช่วยอำนวยความสะดวก ช่วยพยุงตัวขณะเดิน และขณะลุกนั่งจากโถสุขภัณฑ์มีให้เลือกหลายรูปแบบ เช่น ราวเดี่ยว ราวจับรูปตัว L ราวจับแบบพับได้ ซึ่งใช้งานต่างกันไปตามตำแหน่งต่าง ๆ ในห้องน้ำ ดังนั้นควรติดตั้งราวจับพยุงตัวให้เข้ากับความสูงและการใช้งานของผู้สูงอายุให้ได้มากที่สุดเพื่อเสริมความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

6. ติดตั้งอุปกรณ์ขอความช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน

ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุในห้องน้ำเพื่อให้บุคคลภายนอกเข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงที ควรติดตั้งอุปกรณ์สำหรับขอความช่วยเหลือภายในห้องน้ำ เช่น ปุ่มกดขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน เซ็นเซอร์ตรวจจับความเสี่ยงต่อการหกล้ม โดยติดตั้งไว้ใกล้กับโถสุขภัณฑ์หรือในระยะที่เอื้อมถึงได้สะดวกหรือที่ความสูง 25 ซม. และ 95 ซม. จากพื้นห้องน้ำ

7. เก้าอี้สำหรับนั่งอาบน้ำ

สำหรับพื้นที่อาบน้ำควรมีเก้าอี้สำหรับนั่งอาบน้ำเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุ ควรเลือกเก้าอี้ที่รับน้ำหนักได้ดีโดยมีเก้าอี้ให้เลือก 2 ประเภท ได้แก่ เก้าอี้อาบน้ำแบบสี่ขาที่เคลื่อนย้ายไปยังจุดต่าง ๆ ได้ และเก้าอี้แบบพับเก็บได้ซึ่งจะติดตั้งไว้ในห้องน้ำไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ อีกทั้งควรใช้ควบคู่กับราวจับราวพยุงและแผ่นรองกันลื่น

8. โถสุขภัณฑ์

โถสุขภัณฑ์ที่เหมาะกับผู้สูงอายุควรมีความสูง 40-45 ซม. โดยวัดจากฝารองนั่งด้านล่างไปยังพื้นห้องน้ำ เพื่อให้พอดีกับความสูงของผู้สูงอายุรวมถึงเหมาะกับผู้ที่ใช้วีลแชร์ช่วยให้สไลด์ตัวจากวีลแชร์มายังโถสุขภัณฑ์ได้อย่างสะดวก และควรติดตั้งราวจับรูปตัว T รูปตัว L หรือราวจับแบบพับเก็บได้ไว้ด้านข้างโถสุขภัณฑ์เพื่อช่วยพยุงตัวขณะลุก-นั่ง

9. ก๊อกน้ำ

ตามหลักการสร้างห้องน้ำเพื่อผู้สูงอายุควรเลือกใช้ก๊อกน้ำแบบก้านโยกซึ่งใช้แรงเปิด-ปิดน้อยกว่าก๊อกน้ำรูปแบบอื่น รวมไปถึงก๊อกน้ำระบบเซ็นเซอร์ก็ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุได้มากขึ้น นอกจากนี้ควรเลือกอ่างล้างหน้าที่มีความสูงจากพื้นประมาณ 75 ซม. เพื่อให้พอดีกับความสูงและควรติดตั้งราวจับด้านข้างอ่างล้างหน้าอีกด้วย

10. ไฟส่องสว่าง

ภายในห้องน้ำผู้สูงอายุควรมีแสงสว่างมากเพียงพอเพื่อให้มองเห็นสุขภัณฑ์ และอุปกรณ์อื่น ๆ ภายในห้องน้ำได้อย่างชัดเจนลดโอกาสสะดุดหกล้ม ควรใช้แสงสีขาวที่เป็นธรรมชาติหลีกเลี่ยงการใช้แสงสีส้ม หากหลอดไฟภายในห้องชำรุดเสียหายก็ควรรีบซ่อมแซมในทันที