เทคนิคการจัดห้องนอนให้หลับสบาย

0

เทคนิคการจัดห้องนอนให้หลับสบาย การเลือก “จัดห้องนอน” อย่างไรให้ดีต่อการนอน บอกเลยว่าแค่ทำตามนี้ก็หลับเต็มอิ่มฝันดีกันได้ไม่ยากครับ หลายครั้งที่เราให้ความสำคัญกับมุมต่างๆ ภายในบ้านจนลืมไปว่า ห้องนอน คือสถานที่ที่เราใช้เวลาด้วยในแต่ละวันมากที่สุด ยิ่งโดยเฉพาะ อาการนอนไม่หลับ ที่ในบางครั้งก็ล้วนมีสาเหตุมาจากการจัดห้องนอนที่ไม่เหมาะสม วันนี้เราจึงไม่พลาดที่จะหยิบเอาเทคนิคดีๆ ในการจัดห้องนอนให้หลับสบาย เย็นใจได้ในทุกฤดูInterior Design คืออะไร

เทคนิคการจัดห้องนอนให้หลับสบาย

เปลี่ยนที่นอน

เปลี่ยนที่นอน

ถ้าคุณอยากนอนหลับสบาย ก่อนอื่นเลยก็ต้องเลือกเตียงและเครื่องนอนให้เหมาะสมกับการนอน เตียงควรเลือกแบบที่ยกสูงจากพื้นและใต้เตียงไม่โล่ง เพราะเตียงแบบที่ติดกับพื้น หรือเตียงที่มีใต้เตียงโล่งจะเป็นที่สะสมของฝุ่นได้ง่าย ที่นอนก็ไม่ควรจะนุ่มเกินไปครับเพราะจะทำให้ปวดหลังได้ง่าย ส่วนหมอน ถ้าชอบนอนตะแคงข้างควรใช้หมอนที่แน่นและคงรูปได้ดี ถ้านอนหงายควรเลือกหมอนที่กึ่งแน่นกึ่งนุ่ม แต่ถ้าชอบนอนคว่ำควรเลือกหมอนที่นิ่ม

สำหรับชุดเครื่องนอน ควรเลือกแบบที่เป็นผ้าฝ้าย 100% มีสัมผัสอ่อนนุ่ม ระบายอากาศได้ดี และไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง ขณะที่ตำแหน่งของเตียงต้องไม่ตรงกับประตูห้องนอน ซึ่งในทางฮวงจุ้ยก็ถือว่าไม่ดีด้วย และไม่ควรจะมีตู้เสื้อผ้าที่มีบานกระจกอยู่หน้าตู้ เพราะจะทำให้เราตกใจเวลาตื่นมาตอนกลางคืนได้ครับ

ทำให้ห้องมืด

ห้องนอนที่มืดจะช่วยให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินเพื่อปรับตัวเข้าสู่การนอนหลับ ดังนั้นไฟในห้องนอนควรเลือกวัตต์ที่มีความสว่างน้อยๆ และสามารถปรับระดับความสว่างของแสงได้ โดยก่อนนอนสัก 1-2 ชั่วโมงลองปรับให้ห้องสว่างน้อยลง เพื่อให้ร่างกายรู้ว่าเราต้องการจะพักผ่อน เมื่อแสงน้อยลงจะช่วยให้รู้สึกง่วง ส่วนในช่วงที่ต้องการจะนอนแล้วห้องนอนควรจะมืดสนิท ไม่มีแสงรบกวน ถ้าห้องนอนได้รับแสงจากไฟถนนหรือแสงจันทร์จากภายนอก อาจจะเลือกติดตั้งม่านที่สามารถปิดบังแสงจากภายนอกได้

ทั้งนี้ควรซ่อนนาฬิกาแบบตัวเลขดิจิตอล และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีดวงไฟแสดงสถานะออกจากมุมมองที่มองเห็นจากบนเตียง สำหรับทางเดินไปห้องน้ำให้ใช้ไฟสำหรับติดทางเดินบริเวณระดับเท้าจะดีกว่าการเปิดไฟบนเพดานให้สว่างทั้งห้อง เช่นเดียวกับการเลือกโคมไฟควรเลือกโคมที่สามารถส่องสว่างได้เฉพาะจุดที่ใช้งานจะดีกว่าครับ

เปลี่ยนของตกแต่ง

ของตกแต่งในห้องก็มีผลต่อการนอนครับ ก่อนอื่นเลยควรย้ายของที่ไม่เกี่ยวข้องกับการนอนออกไป เพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกรบกวนในการนอนได้ ได้แก่ โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค หรือเครื่องออกกำลังกาย นอกจากนี้อาจจะเพิ่มสิ่งที่ช่วยให้ห้องนอนเอื้อต่อการนอนมากขึ้น เช่น การติดภาพที่ดูสงบนิ่ง เช่น ภาพธรรมชาติ จะชวนให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายก่อนการนอน

คุณสามารถวางต้นไม้หรือดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมไว้ในห้องซึ่งจะช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้นเช่นกัน อาทิ การ์ดิเนียร์ ลาเวนเดอร์ เซจ คาโมมายด์ อิงลิชไอวี่ อโลเวร่า จัสมิน สเนคแพลน์ สไปเดอร์แพลน์ หรือ ฮอปโคน อย่างไรก็ตามในห้องนอนก็ไม่ควรปลูกต้นไม้มากเกินไป เพราะต้นไม้จะคายคาร์บอนไดออกไซด์ในตอนกลางคืน ทำให้บางคนอาจจะรู้สึกอึดอัดได้ครับ

เลือกใช้สีโทนเย็น

เลือกใช้สีโทนเย็น

สีมีผลต่อความรู้สึกของมนุษย์ โดยที่ห้องนอนควรเลือกใช้สีโทนเย็น เพื่อปรับให้ร่างกายรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย ได้แก่ สีฟ้า สีเขียว สีม่วง และสีเทา ในทางกลับกันถ้าใช้สีโทนร้อน เช่น สีส้มหรือสีเหลือง ร่างกายจะถูกกระตุ้นให้ตื่นตัวมากกว่า สำหรับสีที่ดีที่สุดสำหรับการนอน ได้แก่ การใช้สีฟ้าผสมกับสีเขียวในโทนพาสเทล โดยสามารถนำไปเลือกใช้ได้กับ สีผนัง สีเฟอร์นิเจอร์ แต่สำหรับประเภทของหลอดไฟเป็นไฟแบบ Warm White หรือ ไฟสีโทนอบอุ่นพวกสีส้ม เหลือง แดง และทอง จะดีกว่าไฟแบบ Cool Daylight หรือ ไฟสีขาวหรือสีฟ้า ที่จะมีความสว่างมากเกินไปครับ

ลดเสียงรบกวน

แน่นอนว่าการนอนไม่ควรจะมีเสียงรบกวน แต่ถ้าบ้านของคุณตั้งอยู่ในจุดที่มีเสียงรบกวนจากภายนอก ทั้งจากการจราจร เสียงรถฉุกเฉิน เสียงแมวสู้กัน อาจจะลองแก้ไขปัญหาจากการเปลี่ยนเป็นหน้าต่างกระจกที่กันเสียงได้ดีขึ้น ติดม่านมูลี่ที่สามารถกันเสียงได้ หรือปลูกต้นไม้ริมรั้วหรือริมหน้าต่างเป็นพุ่มเพื่อเป็นกำแพงกันเสียง และถ้าในห้องมีอุปกรณ์ที่ทำให้เกิดเสียงที่น่ารำคาญควรเปลี่ยนเป็นแบบที่มีโหมดเงียบ เช่น เสียงพัดลมแขวนหรือเสียงนาฬิกาปลุก

นอกจากนี้แล้วสำหรับใครไม่ชอบความเงียบมากเกินไป อาจเลือกใช้เสียงที่ช่วยเอื้อต่อการนอนหลับ เช่น การเปิดเพลงบรรเลงหรือเปิดเสียงฝนตก นอกจากนี้ถ้ามีงบซักหน่อย อาจจะทำให้ห้องนอนเป็นห้องกันเสียงด้วยการใช้ผนังแบบกำแพงสองชั้นที่มีฉนวนกันเสียง หรือบุผนังด้วยไม้ค็อกที่ช่วยดูซับเสียงก็จะเยี่ยมเลยครับ

ปรับอุณหภูมิให้เย็น

อีกปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการนอน ก็คือเรื่องอุณหภูมิและความชื้น ห้องนอนที่อุณหภูมิประมาณ 25 องศาเซลเซียส จะช่วยทำให้นอนหลับสนิทและนอนได้ยาวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามเรื่องอุณหภูมินั้นเป็นเรื่องที่แตกต่างกันแต่ละคน มีหลายคนที่ไม่ชอบนอนเปิดเครื่องปรับอากาศเพราะจะให้รู้สึกหนาวเกินไป และอาจจะทำให้ปวดหัวและไม่สบายได้

ทั้งนี้การเลือกเครื่องปรับอากาศควรเลือกขนาดให้เหมาะสมกับขนาดห้องนอน และควรเลือกแบบที่มีโหมดเงียบ การทำงานของเครื่องจะไม่ส่งเสียงรบกวนการนอน และมีโหมดควบคุมความชื้น ส่วนตำแหน่งการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ลมที่ออกมาต้องไม่ลงเตียงโดยตรงซึ่งจะทำให้ผู้นอนรู้สึกเย็นมากเกินไป สำหรับห้องนอนที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ ควรมีพัดลมที่ช่วยให้ความเย็นและช่วยให้อากาศในห้องหมุนเวียนไปยังภายนอกด้วย นอกจากนี้ห้องนอนไม่ควรอยู่ทางทิศตะวันตก เพราะแดดช่วงบ่ายจะส่องเข้ามาและสะสมความร้อนไว้ในห้อง

เลือกสีที่เหมาะกับห้องนอน

หลายครั้งที่อาการนอนไม่หลับมักเกิดจากสีผนังห้องที่กระตุ้นร่างกายของเราให้เกิดการตื่นตัวอยู่เสมอ ดังนั้นถ้าอยากให้ห้องนอนรู้สึกโล่ง ปลอดโปร่ง และชวนให้หลับสบาย สีผนังที่เลือกใช้ส่วนใหญ่ควรอยู่ในกลุ่มสีโทนเย็น เช่น ฟ้า เขียวอ่อน ครีมอ่อน หรือแม้แต่สีชมพูหวานๆ ที่ให้ความรู้สึกเย็นสบายตาเมื่อได้มอง

นอกจากนี้ผ้าม่านที่เลือกใช้ก็ควรเป็นผ้าม่านที่มีโทนสีสว่างและน้ำหนักเบา เช่นสีขาว สีครีม หรือเทาอ่อน ทั้งนี้ม่านที่มีสีเข้มจะดูดซับความร้อนในเวลากลางวันและคายความร้อนในเวลากลางคืน ซึ่งอาจส่งผลให้เรารู้สึกร้อนจนนอนไม่หลับตามมาได้

เตียงและที่นอนเป็นสิ่งสำคัญ เทคนิคการจัดห้องนอนให้หลับสบาย

เตียงและที่นอนเป็นสิ่งสำคัญ

สิ่งหนึ่งที่เป็นหัวใจหลักของห้องนอนนอกเหนือจากสีของห้องก็คือ เตียงและที่นอน โดยเชื่อหรือไม่ว่าคุณภาพของเตียงและที่นอนที่เลือกใช้จะส่งผลต่อประสิทธิภาพการนอนโดยตรง ยิ่งโดยเฉพาะถ้าหากใครที่เป็นคนตื่นง่ายแต่หลับยาก การเลือกใช้ที่นอนที่ไม่นุ่มจนเกินไปก็จะช่วยให้หลับได้นานและไม่เกิดอาการปวดหลังตามมา นอกจากนี้ควรเลือกใช้ชุดเครื่องนอนที่มีวัสดุธรรมชาติเช่น ผ้าฝ้าย ผ้าไหม ฯลฯ จึงจะก่อให้เกิดอาการระคายเคืองน้อยกว่า แต่ถ้าหากเป็นช่วงหน้าร้อนแบบนี้ การเลือกใช้ชุดเครื่องนอนจากผ้าคอตตอนก็จะช่วยให้หลับสบายเพราะสามารถระบายความร้อนได้ดี

ทั้งนี้ทิศทางในการจัดวางเตียงนอนก็มีส่วน ตามความเชื่อในด้านฮวงจุ้ยการวางเตียงนอนให้ตรงกับประตูห้องนอนจะทำให้พลังงานที่ดีถูกถ่ายเทออกไปและทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับตามมาได้

การมีจัดห้องนอนให้ดีจะช่วยให้นอนหลับได้สนิทและสามารถนอนหลับได้ยาวต่อเนื่องมากขึ้น อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญคือการนอนให้เพียงพอ โดยควรจะนอน 7-8 ชั่วโมงต่อวัน เมื่อเรานอนหลับเพียงพอ ก็จะไม่ง่วงในตอนกลางวัน

ของตกแต่งห้องที่รบกวนการนอน

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าของแต่งห้องส่งผลโดยตรงต่อการนอนได้เช่นเดียวกัน ซึ่งถ้าอยากให้ห้องรู้สึกโล่ง โปร่งและหลับสบาย การย้ายสิ่งของตกแต่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับการนอนออกไปจากห้องจะช่วยทำเรามีคุณภาพการนอนที่ดีขึ้น ยิ่งโดยเฉพาะถ้าหากใครมักชอบวางคอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ กองเสื้อผ้า หรืองานเอาไว้ในห้องนอนด้วยแล้ว ขอบอกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นตัวรบกวนคุณภาพในการนอนชั้นดีเชียวหล่ะ

นอกจากนี้การวางของแต่งห้องเช่น ต้นไม้ ตุ๊กตารูปปั้น ชั้นหนังสือ หรือสิ่งต่างๆ รบกวนหน้าต่างหรือทิศทางระบายอากาศอาจทำให้ห้องนอนรู้สึกอบอ้าวและมีการถ่ายเทอากาศที่ไม่สะดวกเท่าที่ควร รู้แบบนี้แล้วก็ไม่ควรตั้งข้าวของแต่งห้องบังทิศทางลมกันนะครับ

เลือกเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมกับขนาดห้อง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้หลายๆ บ้านมีการติดเครื่องปรับอากาศในห้องนอน โดยเราควรเลือกขนาดของเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่ของห้อง (สามารถสอบถามได้จากช่างซึ่งจะทำให้ห้องของเราไม่ร้อนไปหรือเย็นไปจนรบกวนการนอน นอกจากนี้ควรเลือกทิศทางในการติดตั้งเครื่องปรับอากาศไม่ให้ลมที่พัดมาโดนตัวเราขณะนอนจนก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วยตามมา และควรเลือกรุ่นที่มีเสียงขณะทำงานค่อนข้างเบาเพื่อที่จะได้ไม่รบกวนคุณภาพในการนอนของเรานั่นเอง

กลิ่นหอมช่วยได้ เทคนิคการจัดห้องนอนให้หลับสบาย

การวางดอกไม้หรือเทียนที่มีกลิ่นหอมไว้ในห้องนอนจะช่วยให้ห้องไม่มีกลิ่นอับและทำให้เรารู้สึกสดชื่นทุกครั้งเมื่อยามเปิดประตูเข้ามา โดยกลิ่นที่ส่งผลต่อการหลับสบายส่วนใหญ่จะเป็นกลิ่นคาโมมายด์ ลาเวนเดอร์ จัสมิน หรือถ้าอยากได้กลิ่นที่ทำให้รู้สึกเย็นก็อาจเป็นกลิ่น มิ้นต์ หรือเมนทอลก็ย่อมได้

ฮวงจุ้ยสำหรับห้องนอน

ฮวงจุ้ยสำหรับห้องนอน เทคนิคการจัดห้องนอนให้หลับสบาย

ห้องนอน ถือเป็นห้องที่มีความสำคัญมาก เนื่องจากคนเราใช้เวลาอยู่ในห้องนอนถึง 1 ใน 3 ของชีวิต (ค่าเฉลี่ยการนอน 8 ชั่วโมงต่อวัน) นอกจากนั้น ห้องนอนยังเหมือนกับเป็นห้องพักใจของหลาย ๆ คนด้วยเช่นกัน เพราะเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเราจริง ๆ ดังนั้น ฮวงจุ้ยสำหรับห้องนอนจึงมีความสำคัญมาก เชื่อกันว่า ถ้าฮวงจุ้ยห้องนอนดี หมายถึง การมีสุขภาพดี ความรักดี การงานดี กระทั่งมีโชคลาภที่ดีด้วยออกแบบบ้าน

1. ตำแหน่งของห้องนอน

ตำแหน่งห้องนอนของเจ้าบ้าน ไม่ควรอยู่บริเวณหน้าบ้าน เพราะถือเป็นตำแหน่งบริวาร ซึ่งตำแหน่งที่ดีควรอยู่บริเวณหลังบ้าน ตัวอย่างนี้เห็นได้จากตำแหน่งห้องนอนบ้านเสนาบดีในสมัยก่อน หรือตำแหน่งห้องในวังเก่า ที่จะตั้งอยู่ส่วนหลังของบ้าน ถ้าว่ากันตามหลักของเหตุและผล บริเวณหน้าบ้านจะมีการเข้าออกบ่อย ๆ ทำให้เกิดเสียงรบกวน และไม่มีความสงบที่เป็นส่วนตัวเท่าใดนัก และถ้าหน้าห้องนอนเป็นโถงกว้างก็จะยิ่งดี เพราะถือว่าเป็นจุดที่สะสมพลังชี่ได้มาก

2. รูปทรงห้องนอน

ควรเป็นสี่เหลี่ยมเพราะเป็นธาตุดินให้ความมั่นคง มีเสถียรภาพ ถ้าเป็นรูปทรงอื่น ๆ จะทำให้ชี่ไม่สมดุล

3. ตำแหน่งของเตียงนอน

นับเป็นหัวใจหลักของฮวงจุ้ยสำหรับห้องนอนเลยก็ว่าได้ เพราะหากไม่อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เนื่องจากร่างกายของคนเราจะมีสนามพลังที่เกิดจากการไหลเวียนภายในร่างกาย ที่หากอยู่ในตำแหน่งเหมาะสมขณะหลับ สนามพลังดังกล่าวจะหมุนเวียนได้คล่องตัว ทั้งสมดุลกับสนามแม่เหล็กของโลก ซึ่งตำแหน่งของเตียงนอนที่ดีตามหลักของฮวงจุ้ย คือ

  • ไม่ควรตั้งเตียงให้ตรงกับประตู เพราะประตูเป็นทางผ่านของพลังลม เมื่อนำเตียงไปตั้งตรงกับทางผ่านของลม ร่างกายย่อมได้รับผลกระทบไปเต็ม ๆ ส่งผลต่อสุขภาพ ทั้งยังเป็นบริเวณที่คนมองเห็นได้ง่าย ไม่เป็นส่วนตัว ส่งผลต่อการพักผ่อน
  • เตียงควรตั้งอยู่แนวทิศเหนือใต้ ตามหลักวิทยาศาสตร์ ถือเป็นการวางตามแรงโน้มถ่วงของโลก ทำให้เลือดหมุนเวียนสอดคล้องกับแรงโน้มถ่วง ส่งผลให้นอนหลับได้ง่าย สบาย และส่งผลต่อเนื่องให้เกิดสุขภาพที่ดี
  • ไม่ควรวางเตียงไว้ใต้คาน ตามตำราฮวงจุ้ยจีนโบราณบอกไว้ว่า การวางเตียงนอนไว้ใต้คาน เป็นการกดชี่ ทำให้เกิดความกดดัน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยเฉพาะบริเวณศีรษะ อาจเกิดอาการปวดศีรษะเหมือนมีอะไรมากดทับ แล้วอาจล้มป่วยได้ง่าย
  • ไม่ควรวางเตียงตรงกับประตูห้องน้ำ เพราะทำให้ร่างกายสัมผัสกับความชื้นได้ง่าย ทำให้สุขภาพไม่แข็งแรง ทั้งหากมีการเข้าออกห้องน้ำบ่อย อาจทำให้นอนหลับได้ไม่สนิท ถ้าไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ ควรหาฉากมากั้นไว้ก็จะช่วยได้
  • ไม่ควรปล่อยให้หัวเตียงโล่ง เนื่องจาก ฮวงจุ้ยสำหรับห้องนอนตามหลักจีนโบราณกล่าวว่า หัวเตียงเปรียบเสมือนความมั่นคง หากหัวเตียงโล่งจะทำให้เกิดความไม่มั่นคงได้ ดังนั้น ควรให้หัวเตียงชนกับผนังเพื่อสร้างความมั่นคง
  • ไม่ควรตั้งเตียงนอนอยู่ใต้หน้าต่าง แม้ดูแล้วจะสวยงามดี แต่ตามหลักฮวงจุ้ย การตั้งเตียงใต้หน้าต่างส่งผลให้พลังรอบ ๆ เตียงอ่อนแอ ทำให้คนที่นอนบนเตียงรู้สึกเศร้า อ่อนแอ ขาดการสนับสนุน
  • ไม่ควรตั้งเตียงนอนอยู่ในแนวเดียวกับประตู เพราะจะทำให้เกิดการรั่วไหลของพลังงาน ถ้าไม่สามารถย้ายเตียงนอนได้ ให้ติดตั้งฉากที่ปลายเตียง หรือหาเฟอร์นิเจอร์มากั้นระหว่างเตียงนอนกับประตู จะเป็นการช่วยรักษาพลังบริเวณเตียงนอนไว้ได้

4. เลือกเตียงนอนให้ตรงตามหลักฮวงจุ้ย

ซึ่งตามหลักฮวงจุ้ย เตียงนอนต้องมีความมั่นคงเหมือนกับภูเขา ดังนั้น พนักหัวเตียงควรมีลักษณะทึบแน่น มั่นคง แข็งแรง นอกจากนั้น เตียงนอนควรมีขาเตียงยกสูง มีพื้นที่ด้านล่างโล่ง พื้นเตียงไม่สัมผัสพื้น เพราะในทางฮวงจุ้ยทำให้เกิดการไหลเวียนของพลังชี่ ที่เป็นลมหายใจแห่งจักรวาล ทำให้เรานอนหลับภายใต้พลังงานดี ส่งผลให้เราได้รับการพักผ่อนที่ดี และตื่นมาพร้อมกับพลังงานดี ๆ ที่ช่วยให้เรามีชีวิตที่ดีได้

5. เลือกสีห้องนอนที่เหมาะสม

สีที่ดีตามหลักฮวงจุ้ยสำหรับห้องนอนประกอบด้วย ธาตุสีทั้ง 5 คือ

  • ธาตุน้ำ โทนสีฟ้า เป็นสีที่เหมาะกับวัยเกษียณ หรือวัยผู้ใหญ่ เพราะเป็นสีแห่งการพักผ่อน
  • ธาตุไม้ โทนสีเขียว สื่อถึงวัยแห่งการเจริญเติบโต มีความคิดสร้างสรรค์ เหมาะสำหรับวัยทำงานหรือวัยรุ่น
  • ธาตุไฟ โทนสีแดง ส้ม ชมพู เป็นสีแห่งความกระตือรือร้น มีชีวิตชีวา เหมาะสำหรับวัยเรียน วัยรุ่น วัยเริ่มต้นธุรกิจ
  • ธาตุดิน โทนสีครีม น้ำตาล เป็นสีที่ช่วยเพิ่มความสงบ ผ่อนคลายให้กับห้องนอน เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย
  • ธาตุทอง โทนสีขาว เป็นสีแห่งสติปัญญา เหมาะสำหรับวัยเรียน และวัยทำงาน

6. เลือกเฟอร์นิเจอร์ตามฮวงจุ้ย

เช่น โต๊ะหัวเตียง ควรมีความมน ไม่มีมุมแหลม เพื่อไม่ให้เกิดพลังฮวงจุ้ยที่เข้ามาทำร้าย และควรมีอยู่ทั้งสองข้างเตียง เพื่อให้เกิดความสมดุลของชีวิต มีการไหลเวียนของเงินทองที่ดี หรือ โคมไฟ ควรเลี่ยงไฟนีออนสีขาวสว่างมาก ๆ เพราะทำให้สมดุลของฮวงจุ้ยเสีย และควรเลือกที่มีวัสดุคริสตัลประกอบอยู่ด้วยจะดี

นอกจากสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้แล้ว อย่าลืมว่า ห้องนอนที่ดีควรมีบรรยากาศเหมาะสมแก่การพักผ่อน จึงควรจัดห้องนอนให้หลับสบายด้วยการจัดข้าวของเครื่องใช้ให้เป็นระเบียบ ทำให้ห้องนอนมีอากาศ และแสงแดดอยู่เสมอ ทั้งต้องสะอาด ปราศจากฝุ่นละอองที่จะทำให้เกิดอาการแพ้ และส่งผลเสียต่อสุขภาพ ถ้าทำได้ตามนี้ คุณจะมีทั้งฮวงจุ้ยห้องนอนที่ดี และสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับการนอนไปพร้อม ๆ กัน