แต่งบ้านด้วยไม้ บ้านไม้อบอุ่น

0

แต่งบ้านด้วยไม้ การได้มีโอกาศได้พักผ่อนเสมือนใกล้ชิดกับธรรมชาติย่อมเป็นที่ปราถนาของทุกคน แน่นอนว่า ” ไม้ ” จึงเป็นทางเลือกที่ใครต่างนึกถึงหากอยากสร้างอารมณ์ผ่อนคลายให้บ้าน เพราะไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย เราจะเห็นว่าหลายบ้านยังคงนำไม้มาตกแต่งให้บ้านสวยงามอยู่เสมอ นอกจากจะสร้างความอบอุ่นให้กับการตกแต่งบ้านแล้วไม้ยังเข้าได้กับทุกสไตล์ ไม่ว่าจะลอฟท์ ปูนเปลือย โมเดิร์น

ไม้ เป็นวัสดุหลักที่ถูกนำมาใช้ในการตกแต่งบ้านตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน และถึงแม้รูปแบบวิถีชีวิตการอยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่จะเปลี่ยนไป แต่ก็ยังมีการนำไม้ธรรมชาติรวมทั้งวัสดุทดแทนไม้มาใช้ในการตกแต่งบ้านอยู่เสมอ เพราะด้วยเอกลักษณ์ของวัสดุไม้ที่มีผิวสัมผัสสวยงาม ให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นธรรมชาติ และสามารถสร้างสไตล์ให้บ้านมีเสน่ห์ได้อย่างเป็นเอกลักษณ์ปรับบ้านให้เหมาะกับผู้สูงอายุ

สวยงาม ประหยัดพื้นที่ใช้สอย

สวยงาม ประหยัดพื้นที่ใช้สอย เปลี่ยนบ้านให้เป็นฤดูแห่งการผ่อนคลาย ด้วยอิทธิพลของไม้ทำให้เกิดความรู้สึกอบอุ่น เย็นใจและสบายสายตา ตามแบบการตกแต่งบ้านสไตล์ญี่ปุ่น ห้องนี้เน้นการตกแต่งบ้านในรูปแบบสะอาดตา ขึ้นชื่อว่าญี่ปุ่นความเป็นระเบียบต้องมา ฉะนั้นห้องนี้จึงคำนึงถึงความเป็นระเบียบเรียบร้อยช่วยให้การใช้งานในพื้นที่จำกัดเป็นไปอย่างง่ายขึ้น เสริมด้วยเสื่อและหมอนอิงนุ่มๆ ช่วยเพิ่มบรรยากาศให้มุมอ่านหนังสือดูน่ารื่นรมย์ขึ้นอีกเท่าตัว

ออกแบบบ้าน ใช้วิธีการตกแต่งน้อยแต่ได้ผลงานมาก บางบ้านอาจใช้ประโยชน์ของผนังด้านเดียวทำชั้นวางให้กลมกลืนไปกับโต๊ะหนังสือ จับคู่กับเก้าอี้ไม้ดีไซน์เรียบ เสริมความผ่อนคลายด้วยเบาะรองนั่งนุ่มๆสีขาว บนโต๊ะอาจวางกระถางเล็กๆ สื่ออารมณ์ให้มีความใกล้ชิคธรรมชาติมากขึ้น หรือของใช้ที่ชอบก็ได้

เรียบ โล่ง โปร่ง สบาย อีกหนึ่งข้อสำคัญสำหรับการตกแต่งบ้านหรือคอนโดสไตล์ญี่ปุ่นนั้นต้องเน้นบรรยากาศให้ดู เรียบ โล่ง โปร่ง สบาย เช่นเดียวกับห้องนั่งเล่นที่เลือกใช้โทนสีเขาและเทามาผสานกับวัสดุไม้ และใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น ทำให้ภายในห้องไม่อึดอัด วางโซฟาจับคู่กับเสื่อทาทามิ เพิ่มความผ่อนคลายในหัวใจ
สีเหลืองเพิ่มพลัง นอกจากการนำไม้มาเป็นส่วนประกอบของการตกแต่งบ้านสไตล์ญี่ปุ่นแล้ว หากอยากเพิ่มรายละเอียดให้มีความน่าสนใจ ลองเลือกสีเหลืองมาแทรกในบางมุมเพื่อให้ห้องดูผ่อนคลายไปพร้อมๆกับให้ความรู้สึกสดชื่น มีพลังกันดูนะคะ
บานเลื่อนต้องมี จุดสังเกตของบ้านสไตล์ญี่ปุ่นที่ทุกหลังต้องมี นั่นก็คือ ประตูและหน้าต่างบานเลื่อนไม้ ฉะนั้นหากอยากเปลี่ยนลุคบ้านเพื่อสร้างบรรยากาศผ่อนคลายตามสไตล์ญี่ปุ่นแล้วละก็ ลองนำไอเดียนี้ไปปรับใช้ดูก็ได้

ม้านั่งไม้ในสวน

ม้านั่งไม้ในสวน
ตกแต่งมุมพักผ่อนในสวนของบ้านให้สวยเท่และเป็นธรรมชาติ โดยการออกแบบม้านั่งเล่นดีไซน์เรียบง่ายที่คุณสามารถประดิษฐ์ได้เอง ด้วยการขึ้นโครงม้านั่งไม้ในขนาดที่ต้องการ ก่อนจะนำแผ่นไม้มาประกอบเข้ากับโครงไม้ที่เตรียมไว้ จากนั้นจะนำไปวางเป็นมุมนั่งเล่นพักผ่อนในสวนหลังบ้านหรือออกแบบเป็นพื้นที่ต้อนรับในสวนหน้าบ้าน ก็พร้อมเพิ่มความผ่อนคลายและสร้างเสน่ห์ให้บ้านสวยเท่มีสไตล์อย่างน่าประทับใจ

ป้ายชื่อไม้
เพิ่มเอกลักษณ์ให้บ้านสวยมีสไตล์ โดยการ DIY ป้ายชื่อไม้ประดับบริเวณหน้าบ้าน ซึ่งสามารถออกแบบได้ทั้งเป็นป้ายชื่อหรือป้ายเลขที่บ้าน เพียงแค่นำแผ่นไม้ที่สามารถหาได้ง่ายมาเขียนตัวอักษรที่ต้องการ ก่อนจะนำไปยึดติดกับโครงไม้ กำแพง หรือรั้วบ้านที่กำหนดไว้ อาจเพิ่มความสวยงามด้วยการวาดลวดลายหรือปลูกไม้เลื้อยชนิดดอกสีสวยในบริเวณนี้ เพื่อเพิ่มเสน่ห์ให้พื้นที่หน้าบ้านสวยสมบูรณ์แบบ
แต่งบ้านตกแต่งบ้านตกแต่งภายในแต่งบ้านด้วยไม้ DIY

โซฟานั่งเล่นในบ้าน
ออกแบบมุมนั่งเล่นพักผ่อนภายในห้องนั่งเล่นให้สวยเท่มีสไตล์ โดยการ DIY โซฟานั่งเล่นที่ทำจากวัสดุไม้ธรรมชาติหรือวัดุทดแทนไม้ นำมาประกอบเป็นรูปทรงที่ต้องการ ก่อนจะเสริมด้วยเบาะผ้านุ่มสบายและหมอนอิงที่เหมาะสำหรับการนั่งเล่นพักผ่อนระหว่างวัน เพียงเท่านี้ก็พร้อมสร้างสรรค์บรรยากาศภายในบ้านให้สวยเท่ด้วยเสน่ห์ธรรมชาติอย่างลงตัว

เคาน์เตอร์บาร์ไม้ แต่งบ้านด้วยไม้

เคาน์เตอร์บาร์ไม้ประหยัดพื้นที่ใช้สอย
ตกแต่งภายในบ้านให้สามารถใช้งานได้อย่างลงตัว โดยไม่เปลืองพื้นที่ภายในบ้านที่มีอยู่ ด้วยการออกแบบเคาน์เตอร์บาร์ไม้ในบ้านสำหรับเป็นมุมนั่งรับประทานอาหารหรือมุมนั่งจิบกาแฟเท่ ๆ ในบ้าน โดยการนำแผ่นไม้มาติดตั้งเข้ากับผนังในบ้านบริเวณพื้นที่ริมหน้าต่างที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน พร้อมยึดเข้าไว้ด้วยกันด้วยเหล็กฉากเพื่อเสริมความแข็งแรง ก่อนจะนำเก้าอี้หัวโล้นแบบเรียบง่าย หรือเก้าอี้สตูลททรงสูงที่มีขนาดพอดีกับระดับความสูงของเคาน์เตอร์บาร์ไม้มาจัดวางเป็นมุมนั่งเล่นสุดเท่ในบ้าน จากพื้นที่ธรรมดาก็พร้อมเปลี่ยนเป็นมุมโปรดของทุกคนในครอบครัว

ผนังทีวีสุดเท่
ตกแต่งภายในห้องนั่งเล่นให้สวยเท่และมีเสน่ห์อย่างไม่ซ้ำใคร โดยการนำแผ่นไม้หรือไม้พาเลทมา DIY เป็นผนังสำหรับติดตั้งทีวีภายในห้องนั่งเล่น หากเฟอร์นิเจอร์หลักอย่างโซฟาเป็นโทนสีเข้ม แนะนำให้เลือกใช้ไม้เนื้อแข็งที่มีโทนสีเข้มมาใช้ตกแต่งเพื่อเพิ่มลุคสวยเท่ให้มุมห้องนั่งเล่น แต่หากต้องการเน้นบรรยากาศชวนผ่อนคลายที่ให้ความรู้สึกสบาย แนะนำให้ใช้ไม้สีอ่อนมาออกแบบเป็นผนังสำหรับติดตั้งทีวีในห้องนั่งเล่น อาจเสริมการใช้งานในบริเวณนี้ด้วยตู้หรือโต๊ะไม้สำหรับวางของใช้ เพื่อเพิ่มฟังก์ชั่นใช้งานให้ครบครันตามต้องการ

เคาน์เตอร์ครัวแบบธรรมชาติ
นำวัสดุไม้ธรรมชาติหรือไม้พาเลทมากรุเคาน์เตอร์ครัวเดิมที่เก่าทรุดโทรมให้กลับมาสวยงามและน่าใช้งานมากขึ้น โดยเลือกใช้วัสดุไม้ที่มีโทนสีเข้ากับการตกแต่งภายในบ้านมา DIY ใหม่ให้ห้องครัวสวยงาม อาจเพิ่มฟังก์ชั่นใช้สอยโดยการออกแบบชั้นวางไม้ติดผนังสำหรับจัดเก็บของใช้ในห้องครัวให้เป็นระเบียบ เพียงเท่านี้ก็พร้อมเปลี่ยนลุคห้องครัวเก่าให้กลับมาสวยเท่มีสไตล์และน่าใช้งานขึ้นกว่าเดิม

ห้องนอนเท่สไตล์ลอฟท์
การตกแต่งภายในบ้านด้วยสไตล์ลอฟท์ไม่เพียงเน้นการโชว์ผิวสัมผัสที่มีความเป็นธรรมชาติจากวัสดุเนื้อแท้ แต่ยังโดดเด่นด้วยสไตล์สุดเท่ที่เป็นเอกลักษณ์ สามารถเพิ่มความสวยงามและสร้างสไตล์ให้พื้นที่ภายในบ้านมีเสน่ห์ได้อย่างง่ายดาย โดยไม่จำเป็นต้องตกแต่งให้ยุ่งยาก บางบ้านอาจเลือกดีไซน์เฟอร์นิเจอร์สำหรับใช้งานภายในบ้านเอง เช่น การ DIY เตียงนอนแบบเรียบง่ายจากไม้หรือไม้พาเลท โดยนำมาประกอบเป็นโครงสร้างเตียงนอนทรงเตี้ยที่ไม่สูงจากพื้นมากจนเกินไป ก่อนจะวางด้วยฟูกนอนนุ่มสบาย นอกจากนี้อาจนำวัสดุประเภทไม้มาใช้ตกแต่งส่วนต่าง ๆ ภายในห้องนอน เช่น การนำไม้มาดีไซน์เป็นเฮดบอร์ดสุดเท่ ที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้ห้องนอนมีสไตล์ ให้อารมณ์ดิบ ๆ แต่ก็ดูอบอุ่นเป็นธรรมชาติ

เลือกชนิดไม้มาแต่งบ้านสวย

เลือกชนิดไม้อย่างไร แต่งบ้านด้วยไม้

ผนังไม้ชิปบอร์ดที่โชว์พื้นผิวเศษไม้

สำหรับผู้ที่มีงบในการตกแต่งไม่มากนัก การเลือกไม้วิศวกรรมมาใช้ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจอย่างพวกไม้ปาร์ติเกิ้ล บอร์ด (Particle Board) หรือ ไม้ชิปบอร์ด (Chipboard) เป็นไม้ที่เอาเศษชิ้นไม้หรือขี้เลื่อย มาอัดประสานกันเป็นแผ่น ทำให้มีราคาถูกกว่าไม้จริง ซึ่งบางทีจะมีการเอาแผ่นไม้วีเนียร์ (Veneer) มาติดบนผิวหน้า แต่จริงๆ แล้วเราสามารถเอามาใช้ได้เลยโดยไม่ต้องปิดผิวหน้าหากต้องการพื้นผิวแบบเศษไม้ เมื่อติดตั้งบนผนังหรือเป็นส่วนประกอบของเฟอร์นิเจอร์จะให้ความรู้สึกถึงความเป็นโรงงานหรือการประดิษฐ์งานแบบแฮนด์เมด สามารถเอาไปทำเป็นผนังไว้แขวนชิ้นงานและรูปภาพต่างๆ ได้ และเนื่องจากมันมีราคาถูก จึงมักพบเห็นในโรงแรมแบบโฮสเทลและร้านขายของทั่วไป

ไม้อัด ตัวแทนไม้จริงที่คุ้มค่าใช้งาน

ไม้วิศวกรรมอีกประเภทที่อยากแนะนำให้รู้จักกันคือไม้อัด (Plywood) ราคาถูกกว่าไม้จริง มีลวดลายไม้ที่สวยงาม และสามารถตัดและทาสีได้ง่าย ถ้าเจ้าของบ้านมีอุปกรณ์เพียงพอก็สามารถที่จะประดิษฐ์เฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งด้วยตัวเองได้ แต่มีข้อเสียคือไม่เหมาะกับการโชว์ขอบไม้หรือการเซาะร่อง อาจจะต้องมีการปิดขอบด้วยแผ่นไม้วีเนียร์ และมักไม่ถูกกับน้ำทำให้มีข้อจำกัดที่ทำให้ใช้งานได้แค่บางห้อง การนำมาใช้จึงนิยมเอามาทำพวกเฟอร์นิเจอร์หรือแผ่นพื้นเป็นแผ่นๆใหญ่ๆมากกว่าจะตัดเป็นชิ้นเล็กๆมาเรียงต่อกัน และการที่ไม้อัดมีโทนสีอ่อนทำให้เข้ากันกับการแต่งบ้านที่อยากให้ดูสว่าง สะอาด ทั้งนี้ควรเลือกสีสันและลวดลาย รวมทั้งความหนาที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้ดูราคาถูกหรือเกรดต่ำมากเกินไป

แต่งบ้านด้วยไม้ ไม้จริงโทนสีอ่อน

ไม้จริงโทนสีอ่อนที่เหมาะกับสไตล์โมเดิร์น

มาถึงไม้จริงกันบ้าง ไม้จริงนั้นคุณสมบัติย่อมดีกว่าไม้วิศวกรรม แต่แน่นอนว่าราคาก็จะสูงมากกว่าด้วย โดยถ้าคุณชอบการตกแต่งบ้านที่ดูสะอาดตา เรียบร้อย ดูทันสมัย ลองเลือกพวกไม้เนื้อแข็งที่มีโทนสีอ่อนมาใช้ จะเป็นไม้จริง หรือไม้วีเนียร์ที่ใช้ปิดผิวไม้อัดก็ได้ เลือกใช้กับผนังหรือเฟอร์นิเจอร์สีขาวก็ดูจะเข้ากันได้ง่าย

อีกทั้งไม้โทนสีนี้ยังนิยมนำมาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ทำให้มีตัวเลือกในการตกแต่งค่อนข้างมาก แต่อาจจะต้องพิจารณาในเรื่องของราคาเนื่องจากเป็นไม้นอกซึ่งมีราคาค่อนข้างสูงตามแต่ละชนิดของไม้ สำหรับไม้เนื้อแข็งโทนสีอ่อนที่นิยมนำมาใช้กัน อาทิ ไม้พาย (Pine), ไม้บีช (Beech), ไม้แอช (Ash), ไม้เมเปิ้ล (Maple), ไม้โอ๊ค (Oak)

ไม้จริงโทนสีเข้มที่ดูเก่าแต่เก๋าสไตล์คลาสสิค

ถ้าชอบการตกแต่งบ้านที่ดูเป็นผู้ใหญ่ ดูสุขุมนุ่มลึก มีความคลาสสิคหรือความเก่าแบบร่วมสมัย  ลองเลือกใช้ไม้สีเข้มหรือไม้สีแดงอย่างไม้วอลนัท (Walnut), มะฮอกกานี (Mahogany) หรือไม้ไทยอย่างไม้แดง, ไม้สัก แต่ราคาของไม้ก็จะค่อนข้างสูง อาจจะลองเลือกตกแต่งผนังสักด้านหนึ่งของห้อง แล้วเพิ่มเฟอร์นิเจอร์สีเข้มไว้กลางห้องแค่นี้ก็ช่วยให้ห้องดูสวยขึ้นมาแล้ว ทั้งนี้หากได้ไม้โทนสีอ่อนมา ปัจจุบันมีน้ำยาย้อมสีไม้สำเร็จรูปขายที่สามารถทาแล้วให้สีเข้มกับไม้ได้โดยที่ยังคงความงามของลายไม้แบบเดิมอยู่ ถ้าอยากเพิ่มความหรูหราให้ทาพวกน้ำยาเคลือบผิวอีกชั้นหนึ่งด้วยก็ได้

ตกแต่งด้วยไม้เก่าแบบมิกซ์แอนด์แมทช์

ถ้าไม่รู้จะเลือกไม้อะไรดี ลองเลือกไม้เก่าดู ลองไปเดินหาตามโรงรับซื้อไม้เก่าแล้วซื้อไม้อะไรก็ได้แบบคละๆ กันมา ก็เอามาทำเป็นผนังห้องสวยๆ สไตล์รัสติกได้เช่นเดียวกัน จะเอามาแปรรูปในโรงงานให้มีขนาดและความหนาเท่ากันก่อนก็ได้ ถ้าต้องการความเงางามก็ให้ลงพวกน้ำยารักษาเนื้อไม้ก่อน ซึ่งก็มีให้เลือกหลายชนิด อาทิ น้ำมันทีคออยล์, น้ำมันเคลือบแข็งโพลียูรีเทน, แลคเกอร์, น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น, น้ำมันตังอิ้ว, ขี้ผึ้ง หรือน้ำยารักษาเนื้อไม้สำเร็จรูป แต่ต้องระวังเรื่องสีสันหลังทา เพราะสีของเนื้อไม้จะเข้มขึ้น หรือถ้าต้องการความดิบก็เอามาใช้เลยก็ได้ อย่าลืมไสเสี้ยนออกก่อน และดูไม้ด้วยว่ามีปลวกติดมาหรือไม่ นอกจากนี้หากต้องการพื้นผิวที่แปลกตาหยิบไม้หลายๆ ขนาดมาใช้ก็ดูสวยดี ตอนเรียงไม้ก็ลองสลับไม้ให้สวยงามตามใจเราได้เลย

ไม้ประดับฟอกอากาศให้บ้านสดชื่น

ไม้ประดับฟอกอากาศให้บ้านสดชื่น

1. เดหลี  เป็นไม้มีดอกสีขาวสวยงามคล้ายดอกหน้าวัว  เป็นไม้พุ่มเตี้ยสูงประมาณ 30–60 เซนติเมตร นิยมปลูกประดับภายในอาคาร เนื่องจากเป็นไม้ที่คายความชื้นสูง  เป็นไม้ดอกไม้ประดับในจำนวนน้อยชนิดที่สามารถออกดอกได้ภายในอาคาร เดหลีต้องการแสงแดดเพียงรำไรแต่ต้องดูแลให้ดินมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ

เดหลีสามารถดูดสารพิษจำพวกแอลกอฮอล์ อาซีโตน ไตรคลอไรเอทีรีน เบนซีนและฟอร์มาดีไฮด์ ในปริมาณมาก อยากชมดอกสวย ๆ และสูดอากาศดีต้องปลูเดหลีไว้ในบ้าน

2. จั๋ง   พืชตระกูลปาล์มที่นิยมปลูกประดับทั้งในและนอกอาคาร เนื่องด้วยลักษณะของต้นจั๋งนั้นเป็นไม้กอ และใบมีสีเขียวเข้ม แยกเป็นแฉกคล้ายพัด  จั๋งป็นต้นไม้เลี้ยงง่าย ทนแล้งได้ดี เติบโตได้แม้ในที่ที่มีอากาศแห้ง  อีกยังเป็นไม้ที่ไม่ต้องการน้ำมาก โรคและแมลงไม่ค่อยรบกวน

จั๋งสามารถดูดสารพิษในอากาศได้ดี โดยเฉพาะการดูดไอระเหยของสารเคมีต่าง ๆ  จึงเป็นไม้ที่เราสามารถเลือกให้ฟอกอากาศได้ทั้งในและนอกบ้าน

3. พลูด่าง  เป็นไม้เลื้อยที่ผู้คนนิยมนำมาปลูกทั้งในและนอกบ้านมานาน เป็นไม้ที่เห็นได้เกือบทุกบ้าน  ด้วยเป็นไม้ที่เลี้ยงง่าย  จะเลี้ยงในน้ำ  บนดิน  หรือจะแขวนกระถาง  พลูด่างก็สามารถเจริญเติบโตได้ดี  พลูด่างสามารถดูดสารพิษจำพวกแอมโมเนีย ที่พบมากในห้องน้ำ หรือสำนักงานที่มีเครื่องถ่ายเอกสาร และเป็นพืชที่ปล่อยความชื้นออกมาให้อากาศไม่แห้งจนเกินไป

4. ลิ้นมังกร  เป็นพืชล้มลุกมีเหง้าใต้ดิน  ปลูกได้ทั้งนอกบ้านหรือจะปลูกลงกระถางเพื่อประดับตกแต่งภายในบ้าน ก็สวยงามไม่แพ้กัน  ลิ้นมังกรเป็นพืชที่โตช้าแต่ก็เลี้ยงง่าย ทนต่อสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้งได้ดี  แต่ก็ต้องการแสงแดดอย่างเพียงพอ   คุณสมบัติเด่นของลิ้นมังกรคือเป็นพืชที่คายออกซิเจนออกมาตอนกลางคืนและดูดคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป  จึงเหมาะที่จะปลูกไว้ในบ้านหรือในห้องนอน

5. บอสตันเฟิร์น  เป็นพืชตระกูลเฟิร์น  มีใบคล้ายใบมะขาม สามารถปลูกในร่มได้และส่วนมากนิยมปลูกในกระถางแขวนให้ใบทิ้งตัวลงมา  ยิ่งอายุของเฟิร์นมากเท่าไหร่ใบยิ่งยาวเท่านั้น  แต่เป็นพืชที่ต้องการความชื้นมาก  ถ้าขาดน้ำสีของใบจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและร่วงโรยอย่างรวดเร็ว จึงควรรดน้ำให้ดินชุ่มชื้นหรือฉีดพ่นด้วยละอองน้ำ  เฟิร์นชนิดนี้สามารถดูดสารพิษได้มาก โดยเฉพาะจำพวกฟอร์มาดีไฮด์ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ภายในบ้านได้เป็นอย่างดี