Facade คืออะไร

0

Facade คืออะไร ฟาซาด (Facade เป็นคำเรียกในภาษาฝรั่งเศส) ที่หมายถึงโฉมหน้า แต่พอนำมาใช้เป็นศัพท์ด้านสถาปัตยกรรมจะมีความหมายว่า องค์ประกอบด้านหน้าอาคาร หรือ รูปด้านอาคารที่มองเห็นได้ชัดเจน ซึ่งในปัจจุบันมีความหมายที่ครอบคลุมทั้งในส่วนที่เป็นองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมอื่นๆ เช่น หน้าต่าง กันสาด  ชายคา  ระเบียง ช่องเปิดต่างๆ ไปจนถึงสิ่งตกแต่งปลีกย่อยของอาคาร เช่น เสาพอก ลายปูน บัวประดับผนัง รูปปั้น ซุ้มประตู เป็นต้น ในปัจจุบันเราเรียกองค์ประกอบภายนอกอาคารเหล่านี้ว่า “เปลือกอาคาร หรือ Facade” นั่นเอง ซึ่งคอยทำหน้าในการป้องกันอาคารจากสภาพแวดล้อมภายนอก ช่วยรักษาความสมดุลระหว่างพื้นที่ภายนอก และภายในอาคาร อีกทั้งยังช่วยสร้างอัตลักษณ์เฉพาะตัวที่มีความสวยงามให้กับอาคาร

ในแง่ของการออกแบบนั้นนักออกแบบ หรือ สถาปนิกส่วนใหญ่ จะทราบถึงอิทธิพลของ Facade เป็นอย่างดี เพราะ Facade เป็นองค์ประกอบการออกแบบสุนทรียศาสตร์ทางด้านสถาปัตยกรรมที่สามารถสร้างความต่างระหว่างคำว่า อาคาร และ สถาปัตยกรรม ได้ชัดเจน ฉะนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจถ้าเราจะเห็นนักออกแบบ หรือ สถาปนิก ขมักเขม้นกับการให้ความสำคัญในการออกแบบ Facade หรือ เปลือกอาคาร ไม่ต่างจากองค์ประกอบทางด้านสถาปัตยกรรมส่วนอื่นๆ

ตัวตนของสถาปัตยกรรมถ้าหากเปรียบเทียบกับร่างกายของมนุษย์แล้วโครงสร้างอาคารอาจเปรียบได้กับโครงสร้างกระดูกที่คอยช่วยพยุงร่างกายให้ยืดหยัดได้อย่างมั่นคง โดยฟังก์ชั่นต่างๆของอาคารก็เปรียบเสมือนอวัยวะต่างๆของร่างกายซึ่งทำหน้าที่แตกต่างกันไป และสิ่งสุดท้ายที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือเปลือก หรือ ผิวของอาคารที่เปรียบเสมือนผิวหนังของมนุษย์ที่คอยป้องกันร่างกายจากสภาพแวดล้อมภายนอก นอกจากนี้ยังทำให้ร่างกายมีความสวยงามเป็นดั่งหน้าตา เรือนร่างของมนุษย์ที่ชวนหลงใหล อนึ่งเราเรียกองค์ประกอบส่วนนี้ในงานสถาปัตยกรรมว่าเปลือกอาคาร หรือ Facade นั่นเอง ซึ่ง Facade นอกจากจะทำหน้าที่ป้องกันอาคารจากสภาพแวดล้อมภายนอกแล้ว ยังช่วยสร้างรูปทรงที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ให้งานสถาปัตยกรรมได้อีกด้วยปรับบ้านผู้สูงอายุแก้หลับยาก

เปลือกอาคาร

Facade คืออะไร (เปลือกอาคาร)

สถาปัตยกรรมที่เน้นการใช้งานเชิงฟังก์ชันมากๆและมีความเป็นทางการ เช่น อาคารสำนักงาน อาคารทางศาสนา หรือ อาคารราชการส่วนใหญ่ รูปแบบหน้าตาของ Facade ก็จะออกมาเรียบง่าย ด้วย Pattern การออกแบบที่ไม่ซับซ้อนมากนัก

แต่ในขณะเดียวกันสถาปัตยกรรมที่เน้นการใช้งานเชิงพาณิชย์ในรูปแบบสาธารณะ เช่น ร้านค้า โรงแรม ศูนย์การค้า สนามกีฬาขนาดใหญ่ หรือ อาคารสูงระฟ้า ฯลฯ  รูปแบบหน้าตาของ Facade ก็จะมีตั้งแต่ระดับที่เรียบง่ายกลางๆไปจนถึงระดับที่หวือหวาน่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งเป็นการสร้างอัตลักษณ์ให้กับอาคารในรูปแบบ Iconic Building เพื่อดึงดูดความสนใจจากผู้คน ซึ่งจะมี Pattern รายละเอียดการออกแบบที่มีลูกเล่นหลากหลาย และค่อนข้างซับซ้อน เพราะจะต้องมีเรื่องของรูปฟอร์มโครงสร้างอาคารเข้ามาเกี่ยวข้อง และยังต้องคำนึกถึงงานระบบอื่นๆอีก เช่น งานออกแบบแสง (Lighting Design) งานระบบการให้น้ำของสวนแนวตั้ง (Vertical Garden) หรือ งานระบบ Facade สำหรับอาคารสูง (Curtain wall) เป็นต้น

สำหรับสถาปัตยกรรมที่พักอาศัย เช่น บ้าน ทาวน์เฮ้าส์ หรือ คอนโดมิเนียม  ส่วนใหญ่จะเน้นรูปแบบหน้าตาของ Facade ตั้งแต่ระดับที่เรียบง่ายไปจนถึงระดับกลางๆแต่ไม่หวือหวามากนัก เพราะต้องคำนึงถึงความเหมาะสมในการใช้งาน และต้องสะดวกต่อการดูแลรักษา

ประโยชน์ของ Facade

1.ช่วยประหยัดพลังงานภายในอาคารมากขึ้น เพราะทำหน้าที่ควบคุมการรั่วไหลของอากาศภายในอาคารให้มีความสมดุล

2. ช่วยลดความร้อน และฝุ่นที่จะเข้ามาสู่ภายในอาคารโดยตรง ป้องกันการเสื่อมสภาพของโครงสร้างอาคารจากสภาพแวดล้อมภายนอก เช่น ฝน ความร้อน หรือ สารพิษจากมลภาวะทางอากาศ ซึ่งจะช่วยยืดอายุโครงสร้าง และวัสดุตกแต่งอื่นๆของอาคารให้มีความคงทนยาวนานขึ้น

3. ช่วยควบคุมแสงสว่างจากภายนอกที่จะเข้าสู่ตัวอาคารให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม

4. ช่วยให้การใหลเวียนของอากาศมีความสมดุล ด้วยรูปแบบเปลือกอาคารแบบสองชั้น จะทำให้มีช่องว่างอยู่ตรงกลางระหว่างผนังชั้นใน และชั้นนอก ซึ่งช่องว่างที่อยู่ตรงกลางนี้เอง จะทำให้มวลอากาศที่เย็นกว่าจากภายนอกใหลเวียนเข้ามาทดแทนมวลอากาศที่ร้อนกว่าภายใน จึงทำให้เกิดความกดอากาศที่แตกต่างกัน ส่งผลให้มวลอากาศร้อนที่สะสมอยู่ภายในช่องว่างนี้สามารถลอยตัวขึ้นได้เมื่อมีความดันอากาศที่มากพอ โดยมวลอากาศที่มีความร้อนจะใหลผ่านช่องเปิดหมุนเวียนอากาศที่อยู่ด้านบนออกไปสู่ภายนอกอาคารตามหลักการของ Stack Effect  ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาวะน่าสบายให้พื้นที่การใช้งานภายในอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. ช่วยสร้างสุนทรียศาสตร์ทางด้านรูปทรงให้กับงานสถาปัตยกรรม ซึ่งเป็นการสร้างอัตลักษณ์เฉพาะตัวที่มีความสวยงามให้กับอาคาร และเป็นการเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับพื้นที่การใช้งานที่ต้องการความสงบเป็นส่วนตัว

ประโยชน์ของ Facade

ประเภทของ Facade และและวัสดุที่นิยมใช้ในการตกแต่ง

1. Double-Skin Facade

Double-Skin Façade หรือ ผนังสองชั้น คือการกรุหรือหุ้มฟาซาดภายนอกอีกชั้นให้กับอาคาร โดยเว้นระยะออกจากผนังภายในเล็กน้อย ซึ่งก็มีรูปแบบที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับการออกแบบและวัสดุที่นำมาใช้ แต่ลักษณะทั่วไปคือเป็นผนังทึบสลับโปร่ง ให้ประโยชน์ในการกรองแสงแดด ลดอุณหภูมิ สร้างความเป็นส่วนตัว หรือ ผนังสองชั้นยังเป็นนวัตกรรมที่ถูกใช้กับอาคารขนาดใหญ่ เช่น ตึกกระจกสูงระฟ้า และอาคารสาธารณะต่างๆ

Double Skin Facade จะประกอบไปด้วยโครงสร้างที่เป็นเหล็ก หรือ อลูมิเนียม เพื่อใช้สำหรับยึดวัสดุที่จะมาติดตั้งทับอีกชั้น เช่น อิฐ ,ระแนงไม้ ,บล็อค ,ตะแกรงเหล็ก ,แผ่นอะลูมิเนียมแคลดดิง ,ระแนงอลูมิเนียม ,กระจก ,แผ่นอะคริลิค ,สวนแนวตั้ง รวมไปถึงระบบผนัง Curtain Wall สำหรับอาคารสูง เป็นต้น

2. Building Form Facade

Facade ประเภทนี้จะถูกออกแบบให้เป็นทั้งผนัง และเป็นเปลือกอาคารในองค์ประกอบเดียวกัน ซึ่งมีลักษณะเป็นส่วนหนึ่งของอาคารอย่างชัดเจน โดยได้รับอิทธพลการออกแบบมาตั้งแต่ยุค Modern Movement เป็นต้นมา ซึ่งรูปทรงของ Facade ประเภทนี้ จะเน้นการเล่นกับรูปทรงของอาคารแบบเพียวๆ โดยเน้นองค์ประกอบที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับระนาบผนังอาคาร เช่น ช่องเปิด กันสาด หรือ ระเบียง ด้วยการออกแบบให้มีส่วนยื่น หรือ ส่วนตื้นลึกของแมสอาคารแต่ละส่วนเพื่อเล่นกับเฉดเงา โดยวัสดุปิดผิวที่ใช้กับเปลือกอาคารแบบ Building Form Facade ส่วนใหญ่จะเป้นวัสดุที่กลมกลืนไปกับวัสดุหลัก จึงทำให้ภาพรวมของอาคารดูมีความสมดุลเป็นอันหนึ่งอันเดียว แต่ก็มีบ้างที่มีการใช้วัสดุที่มีความcontrastกันในงานสถาปัตยกรรมแบบ  Deconstruction Concept

ฟาซาดโพลีคาร์บอเนตโปร่งแสง

ฟาซาดโพลีคาร์บอเนตโปร่งแสง คืออะไร

เปลือกอาคารหรือฟาซาดโปร่งแสง เป็นแผงกระจกใสที่ใช้กับภายนอกอาคาร ซึ่งจะช่วยปกป้องโครงสร้างไม่ให้เกิดความเสียหายจากสภาพอากาศ ความชื้น และการกัดเซาะ ด้วยองค์ประกอบของไมโครเซลล์โพลีคาร์บอเนตจึงช่วยปรับแสงให้นุ่มนวลและกระจายสี ความสว่าง และความทึบได้ดีอย่างเป็นธรรมชาติ

การติดตั้งแผงพร้อมปิดรอยต่อเอาไว้ จะช่วยปิดซ่อนองค์ประกอบอาคารที่ไม่น่ามองและช่วยปกป้องรังสียูวีที่เป็นอันตรายแก่ผู้อาศัย ในขณะเดียวกันก็มีการนำความร้อนมาใช้ประโยชน์สูงสุดด้วย ผู้ใช้งานจะสังเกตเห็นค่าพลังงานที่ลดลงเนื่องจากแผงความร้อนที่ติดตั้งจะมีการนำแสงธรรมชาติของดวงอาทิตย์มาใช้งาน เพื่อให้ความร้อนและส่องสว่างภายในอาคาร ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมภายในอาคารที่น่าอยู่มากขึ้นในแต่ละการใช้สอยพื้นที่

ประโยชน์ด้านอื่น ๆ มีอะไรบ้าง

อาคารโปร่งแสงให้ความสมดุลที่เหมาะสมของพลวัตของแสงอาทิตย์และความร้อน ที่จะช่วยปกป้องอาคารจากการรั่วไหล ความชื้น และความเสียหายจากสภาพอากาศ ลักษณะนี้เกิดจากระบบเชื่อมต่อแผงความร้อนแบบ snap-lock ซึ่งทำให้มั่นใจได้ว่าอากาศและน้ำจะไม่สามารถทะลุเข้าไปในอาคารได้ อีกทั้งยังสร้างความทนทาน ให้สามารถทนต่อแรงกระแทกจากลูกเห็บและองค์ประกอบอื่น ๆ ที่สามารถเกิดขึ้นได้ ด้วยการออกแบบให้แผงความร้อนขยายและหดตัวได้เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นและลดลง จึงช่วยให้แผงความร้อนไม่เสียหายหรือแตกหักได้ เนื่องจากมีความยืดหยุ่นสูง

ความโปร่งใสสูงสุด

เพื่อให้แสงส่องเข้าได้มากที่สุด จึงไม่มีกรอบรองรับใด ๆ เลย ซึ่งจะช่วยทำให้ฟาดไม่มีสิ่งสกปรกตกค้าง อย่างไรก็ตามการกำหนดโครงรองรับสำเร็จรูปนั้น จำเป็นต้องมีการคำนวณที่ซับซ้อน เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่กระทบต่อความสมบูรณ์ของอาคารเพียงเพราะเหตุผลด้านความสวยงามของอาคารภายนอก

การส่งผ่านแสง ออกแบบบ้าน

เรื่องบทบาทของแสงในงานสถาปัตยกรรมเป็นสิ่งที่มองข้ามไปไม่ได้ ตามคำกล่าวของสตีเวน ฮอลล์ สถาปนิกผู้ยิ่งใหญ่ยุคใหม่ แสงในสถาปัตยกรรมเป็นดั่งเช่นเสียงในดนตรี
แสงสว่างแสดงถึงความสมบูรณ์ของพื้นที่ แต่การให้แสงสว่างอย่างต่อเนื่องบางครั้งอาจต้องลดหย่อนด้านความปลอดภัย แต่ด้วยประโยชน์ของาซาดโพลีคาร์บอเนต คุณไม่จำเป็นต้องเลือกอีกต่อไป
แผ่นโพลีคาร์บอเนตสามารถส่งผ่านแสงได้เหมือนแผ่นกระจก เนื่องจากการออกแบบมาเพื่อป้องกันอันตรายจากรังสียูวี นอกจากนี้ยังมีสารเคลือบพิเศษที่ช่วยสะท้อนรังสี UV ออกสู่ภายนอก และยังช่วยกรองแสงอาทิตย์ แต่แสงธรรมชาติสามารถส่องผ่านได้

ฟาซาดที่สามารถเคลื่อนไหวได้

ฟาซาดที่สามารถเคลื่อนไหวได้

ด้วยการตกแต่งภายในที่มีแสงสว่างส่องเข้ามาอย่างนุ่มนวลและสม่ำเสมอระหว่างวัน และการสร้างเอฟเฟกต์ ‘อาคารโคมไฟ’ ในช่วงเวลากลางคืน พื้นผิวฟาซาดจะถูกตั้งโปรแกรมและแปลงให้เป็นการโฆษณาและการฉายภาพออกภายนอกโดยฝีมือเจ้าของโครงการ

แผงโพลีคาร์บอเนต standing seam ทำงานอย่างไร?

ระบบแผงโพลีคาร์บอเนต standing seam ของ Danpal ประกอบด้วยแผงโปร่งแสงแบบอัดรีดและตะเข็บแนวตั้งที่ปลายแต่ละด้านของแผง เชื่อมต่อแผงเข้าด้วยกันแบบ snap-on และใช้คลิปยึดสแตนเลสแบบซ่อน เมื่อประกอบเสร็จเรียบร้อย แผงที่ติดตั้งจะสามารถเคลื่อนไหวไปมาได้โดยแต่ละส่วนประกอบสามารถขยายหรือหดตัวได้ตามอัตราของมันเอง
เนื่องจากแต่ละส่วนประกอบของแผงระบบสามารถขยายและหดตัวเองได้ จึงไม่มีปัญหาเรื่องการแกว่งและการโก่งตัว โดยที่คุณสมบัติโครงสร้างของวัสดุจะยังคงสภาพเดิมอยู่
แผงโพลีคาร์บอเนตมีน้ำหนักเบากว่าแผ่นบังแดดแบบเดิมถึง 3 เท่า จึงติดตั้งง่ายและสะดวกรวดเร็ว
เนื่องจากความสวยงาม จึงนิยมใช้โพลีคาร์บอเนตเป็นวัสดุในการสร้างเรือนกระจกและการมุงหลังคา และในฐานะวัสดุที่ทันสมัยจึงนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยทั่วไปพบเห็นได้จากหน้าต่าง สกายไลท์ แผ่นผนัง โดมบนหลังคา และองค์ประกอบภายนอกเพื่อติดตั้งไฟ LED การเสริมความปลอดภัย และความสวยงามอย่างมีสไตล์
ในการใช้งานฟาซาดโพลีคาร์บอเนตสามารถให้ประโยชน์หลายอย่าง อีกทั้งยังมีความทนทานสูงและน้ำหนักเบา มีความเงาใสอย่างมากและมีความต้านทานต่อความร้อนสูง

นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติทนต่อการติดไฟได้ดีเยี่ยม ทำให้เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยมากสำหรับการใช้งานแทบทุกประเภท
ความหนาของแผ่นฟาซาดโพลีคาร์บอเนตมีหลายแบบ เช่น 30 มม. 40 มม. และ 50 มม. ซึ่งทั้งสามแบบนี้มีลักษณะที่แตกต่างกัน ฟาซาดโดยทั่วไปมีแบบโปร่งแสง แบบฝ้า หรือแบบทึบ
พื้นผิวภายนอกเคลือบด้วย UV ฟิลเตอร์เพื่อการปกป้องสูงสุด ดังนั้นคุณอาจจะเคยเห็นการใช้งานฟาซาดโพลีคาร์บอเนตกับโกดังสินค้า อาคารการผลิต หรืออาคารสาธารณูปการของรัฐต่าง ๆ
ด้วยรูปทรงและขนาดต่าง ๆ ของฟาซาด จึงมีความยาวให้เลือกใช้หลากหลาย ทำให้สถาปนิกสามารถเลือกใช้ประโยชน์ได้ตามความต้องการมากยิ่งขึ้น