Milan อิตาลี

0

Milan อิตาลี มืองที่เป็นผู้นำทางแฟชั่นระดับโลก เมืองแรกๆ ที่เราต้องนึกถึงคือ มิลาน ประเทศอิตาลี ถิ่นกำเนิดของแบรนด์เนมชื่อดังอย่าง Prada ไม่เพียงเท่านี้ ความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ การศึกษา ศิลปะ การออกแบบ ทำให้เมืองแห่งนี้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของโลก ไม่ว่าใครก็อยากไปสัมผัสบรรยากาศของเมืองที่ผสานความเก่าแก่และทันสมัยเข้าด้วยกันอย่างลงตัวของที่นี่กันทั้งนั้น

มิลาน (Milan) เป็นเมืองที่ใหญ่และมีประชากรมากเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงโรม ตั้งอยู่ใน แคว้นลอมบาร์เดีย (Lombardia) หรือ ลอมบาร์ดี (Lombardy) แคว้นทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี นอกจากเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานแล้ว มิลานยังขึ้นชื่อว่าเป็นศูนย์กลางทางแฟชั่นอันดับต้นๆ ของโลก
เช่นเดียวกับ ปารีส และ นิวยอร์ก และเป็นถิ่นกำเนิดของแบรนด์เนมชื่อดังอย่าง Prada ด้วยเช่นกัน อีกทั้งยังเป็นศูนย์รวมทางเศรษฐกิจ ความบันเทิง การศึกษา การออกแบบ ศิลปะ การท่องเที่ยว และการคมนาคม ความก้าวหน้าทันสมัยผสานกับความอนุรักษ์นิยม จึงทำให้บ้านเมืองของมิลานมีการแบ่งโซนเมืองเก่าและโซนเมืองธุรกิจอย่างชัดเจน แต่ก็เป็นความแตกต่างที่ลงตัวอ่างเก็บน้ำห้วยป่าแดง

Milan อิตาลี

มิลาน (Milan)

ประวัติของเมืองมิลาน

หากกล่าวถึงประวัติของ มิลาน ก็ต้องย้อนไปเมื่อ 600 ปีก่อนคริสตกาล ในสมัยนั้นพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาวเคลต์ (Clects) ก่อนจะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรโรมันเมื่อ 222 ปีก่อนคริสตกาล และเปลี่ยนชื่อเมืองเป็น เมดิโอลานัม (Mediolanum) จนกระทั่งเมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 4 ศาสนาคริสต์ได้เผยแพร่มาจนถึงดินแดนแห่งนี้ ทำให้มิลานกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางที่สำคัญแห่งหนึ่งของคริสตจักร

ผ่านไปหลายศตวรรษ มิลานค่อยๆ เจริญรุ่งเรืองขึ้นจนกลายเป็นศูนย์กลางทางด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านศิลปะ วรรณกรรม และวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะในยุคเรอเนสซองส์ (Renaissance) ช่วงศตวรรษที่ 15 ทำให้มีสิ่งก่อสร้างที่ล้ำสมัยและน่าอัศจรรย์ใจเกิดขึ้นในยุคนั้นมากมาย ซึ่ง มหาวิหารมิลาน (Milan Catheral) หรือ Duomo di Milano ก็คือหนึ่งในตัวอย่างสถาปัตยกรรมการก่อสร้างที่ชัดเจนที่สุด โดยมี เลโอนาร์โด ดา วินชี (Leonardo da Vinci) ศิลปินที่มีชื่อเสียงก้องโลกเป็นหนึ่งในสถาปนิกที่มีส่วนในการออกแบบและก่อสร้างมหาวิหารแห่งนี้

ต่อมามิลานก็ได้รับอิทธิพลการปกครองและวัฒนธรรมจากประเทศเพื่อบ้านมากมาย ทั้งสเปน ออสเตรีย ตลอดไปจนถึงฝรั่งเศส ในยุคที่ จักรพรรดินโปเลียนที่ 1 (Napoleon I) ได้ขยายอำนาจเข้าครอบครองอิตาลี ก็ได้สถาปนาให้มิลานเป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐอิตาลีในปีค.ศ. 1802 ก่อนจะจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์ของอิตาลีและมิลานเมื่อปี ค.ศ. 1805

จนกระทั่งเข้าสู่ยุคสงครามโลก บ้านเมืองรวมถึงศิลปะวัฒนธรรมของมิลานเกิดความเสียหายอย่างหนักจากการสู้รบและทิ้งระเบิด โชคยังดีที่สถานที่สำคัญบางแห่งยังไม่ถูกทำลาย
รวมถึงรูปภาพ The Last Supper 1495-1498 ของ เลโอนาร์โด ดา วินชี ก็ยังคงอยู่ และถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีใน โบสถ์ซานตา มาเรีย เดลเล กราเซีย (Santa Maria delle Grazie) จนถึงปัจจุบัน

ที่เที่ยวมิลาน

ที่เที่ยวมิลาน

ในส่วนของการท่องเที่ยว มิลานเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของประเทศอิตาลีที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนกว่า 8 ล้านคนต่อปี หลายๆ คนที่มาเยือนก็ต่างต้องยกนิ้วให้กับเสน่ห์ของเมืองแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นด้านสถาปัตยกรรม ศิลปะ แฟชั่น หรือแม้กระทั่งการช้อปปิ้ง ที่แรกที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของเมืองมิลานก็คือ  มหาวิหารมิลาน ที่เพิ่งกล่าวถึงไปนั่นเองค่ะ

ลักษณะเด่นของวิหารแห่งนี้คือมียอดแหลมทั้งหมด 135 ยอด ทำให้ถูกขนานนามว่าเป็น “วิหารเม่น” ซึ่งมีลวดลายที่วิจิตรงดงาม หาที่ไหนเปรียบได้ยากมากๆ อีกทั้งยังเป็นวิหารที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของอิตาลี รองจาก มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ St. Peter’s Basilica ที่ กรุงวาติกัน (Vatican City)สล็อต

ต่อมาคือ กัลเลรีอา วิตโตรีโย เอมานูเอเล (Galleria Vittorio manuele II) ห้างสรรพสินค้าที่เก่าแก่ที่สุดในอิตาลีและเป็นหนึ่งในห้างสรรพสินค้าที่เก่าแก่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1865 ถึง 1877 ตั้งอยู่ข้างๆ มหาวิหารมิลาน และ พระบรมรูปทรงม้าพระเจ้าวิคเตอร์ เอมานูเอลที่ 2 (Statua di Vittorio Emanuele II) ออกแบบโดยสถาปนิก Giuseppe Mengoni โดยมีไฮไลท์เป็น งานโมเสกสี่ชิ้นบนพื้้นเป็นรูปตราสัญลักษณ์ของเมืองหลวงทั้ง 3 แห่งของอิตาลี ได้แก่ ตูริน โรม และฟลอเรนซ์ อีกทั้งยังเป็นแหล่งรวมแบรนด์เนมชื่อดังเอาไว้มากมาย เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของขาช้อปเลยก็ว่าได้