The Imitation Game

0

The Imitation GameThe Imitation Game

The Imitation Game บุคคลที่ได้รับการสรรเสริญชมเชยจากผู้คนมันยังมีเรื่องมีราวราว ที่น่าสลดใจผสมอยู่ด้วยมาร์ตินลูคุณร์คิงถูกซุ่มยิงเสียชีวิต เหมือนกันกับคริสไคล์ที่อเมริกันพลแม่นปืน ส่วนสตีเฟ่น ฮอว์คิงก็จำต้องพบเจอกับสภาวะไม่สบายทางร่างกายแม้กระนั้น ไม่ว่าจะเช่นไรวีรบุรุษ หรือคนเก่งๆ ทั้งหมดทั้งปวงที่กล่าวมาอาจจะกล่าวว่าเป็นไป เพราะเหตุว่าปัจจัยภายนอก หรือด้านกายภาพซึ่งตรงกันข้ามกับเรื่องราว ของอลัน ทูรึ่ง ที่มรสุมชีวิตของเขามิได้เกิดขึ้น เพียงแต่ในระหว่างพิสูจน์ตัวเองเนื่องจากว่า ถึงแม้ว่าจะได้รับการยินยอมรับในฐานะคนเก่งที่ช่วยชาติช่วยผู้คนได้ แล้วเขายังจะต้องพบเจอกับสิ่งที่นักหนารุนแรง นอกเหนือจากนี้แล้วก็ทุกข์ทรมาที่ว่านั้นก็มิได้มาจากที่อื่นๆ ใด ถ้าเกิดแม้กระนั้นมีต้นตอมาจากสังคมที่ เขาขึ้นอยู่กับ แล้วก็อุทิศวิชาความรู้ที่มีอยู่ตลอดชีพเพื่อช่วยเหลือเรื่องราวโดยย่อท้อของอลัน ทูริง เขาเป็น ศ.จ. คนอังกฤษผู้ชำนาญด้าน เลขคณิตตรรวิทยา รหัสวิทยา รวมทั้งได้รับการยินยอมรับในฐานะ บิดาแห่งวิทยาการคอมพิวเตอร์ ในตอนที่เกียรติยศอันยิ่งใหญ่ของเขา

คือการเป็นส่วนสำคัญในการถอดรหัสอีนิกม่าของกองทัพเยอรมนีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และนั่นก็นับเป็นการช่วยชีวิตประชากรชาวอังกฤษไว้ได้จำนวนมาก หนังหยิบเอาเกียรติประวัติส่วนนี้มานำเสนอเป็นเรื่องราวหลัก ซึ่งหนังก็หยิบเอาจุดนี้มาเป็นประเด็นใหญ่ในการนำพาเรื่องราวเดินไปข้างหน้าดูหนังออนไลน์ The Imitation Game จะทำให้คุณได้รับรู้ถึงกระบวนการ กว่าที่คนคนหนึ่งและลูกทีมของเขาจะได้มาซึ่งผลลัพธ์ที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะทำได้

ด้วยเหตุนี้ บรรยากาศและอารมณ์ของหนังในช่วงเกือบชั่วโมงแรก จึงเต็มไปด้วยความรู้สึกกดดันบีบคั้นของอลัน ทูริ่ง และทีมงานของเขา ที่ต้องทำงานแข่งกับเวลา ผ่านการล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่าจนแทบจะถอดใจ กดดันจากความล้มเหลวไม่พอ ยังมีเรื่องของหน่วยงานที่คาดหวังผลงานซึ่งคอยระรานเขาอยู่เรื่อยๆ ด้วย อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าความเครียดและเข้มข้นอย่างแท้จริงของงานชิ้นนี้ จะโหมกระหน่ำมา หลังจากที่ภารกิจถอดรหัสลุล่วงแล้ว ตัวตนของอลัน ทูริ่ง กลายเป็นสิ่งที่เจิดจ้าขึ้นมาและกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เรื่องราวพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ

ส่วนที่ยอดเยี่ยมของงานชิ้นนี้ ที่จำเป็นต้องกล่าวถึง คือการแสดงของเบนเนดิคต์ คัมเบอร์แบช นักแสดงที่รุ่งมากๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการได้รับบทนักสืบในซีรี่ส์เรื่องเชอร์ล็อก น่าจะเรียกได้ว่าเป็นความโดดเด่นอย่างถึงที่สุดของเขา และสำหรับการมารับบทของศาสตราจารย์อลัน ทูริ่ง ก็ยิ่งเผยให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพของเขาอย่างชัดเจน พูดได้ว่าพลังของหนังเกือบแปดเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ ล้วนมาจากบทบาทการแสดงของเขา

ทั้งนี้รวมถึง “อเล็กซ์ ลอว์เธอร์” ซึ่งรับบทเป็นทูริ่งในวัยเยาว์ซึ่งสวมการแสดงได้น่าประทับใจมาก ขณะที่ดาราฝ่ายหญิงอย่างเคียร่า ไนท์ลี่ย์ ก็เสริมส่งอย่างยิ่ง และยิ่งถึงตอนที่หนังให้สองคนนี้เข้าฉากด้วยกันทีไร มันเหมือนเคมีที่ถูกต้องตรงกัน หนุนส่งกันและกันจนก่อเกิดเป็นความดีความงามสำหรับงานชิ้นนี้ จึงไม่แปลกแต่อย่างใด ที่จะมีชื่อของทั้งสองคนอยู่ในลิสต์ผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ ในสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมและดาราสมทบหญิงยอดเยี่ยม ตามลำดับ

ในส่วนของหนังยอดเยี่ยมนั้น ก็สมศักดิ์ศรีของการได้เข้าชิงอย่างถึงที่สุด และหนังก็เก็บเกี่ยวเอาเรื่องราวและมิติของตัวละครมาได้แบบครอบคลุมหลายด้าน ความอัจฉริยะนั้นไม่เป็นที่สงสัยอยู่แล้ว แต่แง่มุมอื่นๆ ก็ได้รับการถ่ายทอดออกมาด้วยอย่างทรงพลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แง่มุมของการเป็นโฮโมเซ็กชวลที่อบอวลด้วยบรรยากาศแห่งความรักที่ต้องเก็บไว้เป็นความลับ เนื่องจากสังคมอังกฤษในยุคนั้น ก็คงไม่ต่างไปจากสังคมอื่นๆ ที่ยังไม่เปิดกว้างในประเด็นนี้ ชีวิตรักและตัวตนโฮโมเซ็กชวลหรือเพศที่สามจึงต้องถูกเก็บเป็นความลับพอๆ กับรหัสลับอีนิกม่าที่จะให้ใครล่วงรู้ไม่ได้ ยิ่งถ้ามีตำแหน่งสำคัญทางสังคมอย่างเช่นทูริ่งด้วยแล้ว ยิ่งต้องระวังตัว ตลอดทั้งเรื่อง เราจะเห็นสภาพความกดดันชนิดนี้ที่แฝงตัวอยู่ในบรรยากาศชีวิตของทูริ่งราวกับเงาตามตัว และความยอดเยี่ยมของหนังก็คือการไปขยี้จุดนี้ในช่วงท้ายๆ ที่ทำให้เรื่องราวเดินทางสู่อารมณ์เศร้าซึ้งสะเทือนใจอย่างถึงที่สุด

Imitation

Imitation Game

มองตามความเป็นจริง หนังเรื่องนี้ จึงไม่ได้อยู่ที่การนำเสนอเพียงแค่ความเป็นอัจริยะของศาสตราจารย์อลัน ทูริ่ง เพราะสิ่งที่ ดิ อิมมิเทชั่น เกม เดินไปได้ไกลสุด คือความเป็นหนังรักที่มีด้านโศกผสมอยู่ในอัตราส่วนที่สูงมาก มันคือรักที่มิอาจเอ่ยปาก และเป็นรักที่สังคมไม่อนุญาตให้มีพื้นที่ดำรงอยู่ในยุคหนึ่งสมัยนั้นหนังแอคชั่นสุดฮ็อตแห่งปี

เครื่องจักรถอดรหัสอีนิกม่า อาจมีความหมายสำหรับใครต่อใครในด้านของการช่วยชาติต่อต้านศัตรูสงคราม แต่ในมุมที่เก็บลับและซับซ้อน “คริสโตเฟอร์” ซึ่งเป็นชื่อเรียกของเครื่องถอดรหัสที่ศาสตราจารย์ทูริ่งประดิษฐ์ขึ้นนั้นมีความหมายทางใจต่อเขาอย่างใหญ่หลวง มันสามารถที่จะทำให้เขายินยอมกระทำทุกอย่าง แม้กระทั่งกินยาบ้าบอตามที่หมอสั่ง เพื่อให้ตัวเองได้อยู่ได้นั่งมองเครื่องจักรนั้นด้วยหัวใจเปี่ยมสุข เพราะ “คริสโตเฟอร์” คือทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นทั้งความทรงจำที่งดงามและปวดร้าวซึ่งจะตราตรึงอยู่ในความทรงจำของเขาไปชั่วกาล

ในความเป็นนักประดิษฐ์คิดค้น ศาสตราจารย์หนุ่มทุ่มเทพลังงานที่มีอยู่ทั้งหมด สร้างสรรค์เครื่องจักรถอดรหัสราวกับมันเป็นส่วนหนึ่งของลมหายใจ เหมือนคนที่เชื่อมั่นในรักแท้ อลัน ทูริ่ง เฝ้าบอกใครต่อใครว่า “คริสโตเฟอร์จะต้องเวิร์ก”

การทุ่มเทเวลาและแรงกายแรงใจให้แก่การผลิตเครื่องจักรถอดรหัส จึงเต็มไปด้วยความละเมียดละไมคล้ายคนกำลังสลักเสลาถ้อยคำในจดหมายถึงคนรักที่อยู่ไกล และสุดท้ายแล้ว เครื่องจักรถอดรหัสอาจมีคุณค่าต่อชีวิตชาวอังกฤษหรือคนอีกค่อนโลก แต่สำหรับอลัน ทูริ่ง มันคือสิ่งที่โรแมนติกมากที่สุดสิ่งหนึ่งซึ่งมีความรักที่พรากจากเป็นแรงผลักอยู่ข้างหลัง

เหมือนอย่างที่เกริ่นกล่าวไว้คร่าวๆ ในข้างต้นครับว่า บุคคลประวัติศาสตร์ในหนังออสการ์ปีนี้ ล้วนแล้วแต่มีแง่มุมที่น่าเศร้า และเรื่องราวของอลัน ทูริ่ง ก็คือน่าจะกล่าวได้ว่าเป็นความเศร้าแบบยกกำลังสองยกกำลังสามหรือมากกว่านั้น ภาพที่น่าเวทนาน่าเศร้าในเรื่องราวของอลัน ทูริ่ง คือความจริงที่ว่า อัจฉริยะคนหนึ่งต้องกลายเป็นเหมือนคนป่วยไข้ทางจิต เพียงเพราะวิธีคิดของสังคมส่วนใหญ่ที่ตีกรอบเรื่องความรักไว้เพียงแค่หญิงชาย

ถ้า “เครื่องจักร” หมายสิ่งที่คิดไม่ได้อย่างที่ใครต่อใครพากันเชื่อ ความรักในแบบของอลัน ทูริ่ง ก็เป็นความรักที่ถูกผลักให้ไปอยู่อีกฝั่งหนึ่งซึ่ง “ผิดปกติ” จากคนทั่วไป ทั้งที่ตามความจริง ผ่านมาถึงยุคนี้สมัยนี้ เราๆ ท่านๆ ต่างก็เข้าใจร่วมกันว่ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย

Imitation Game

เรายกให้ The Imitation Game เป็นหนังดัดแปลงอัตชีวประวัติของบุคคลในประวัติศาสตร์ที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งแห่งทศวรรษ การเล่าเรื่องไม่น่าเบื่อแบบสารคดีคร่ำครึ หากแต่มีการลำดับภาพสลับไปมา ระหว่างเหตุการณ์ในปี 1920s (วัยเรียน), 1940s (ช่วงสงคราม), 1950s (ช่วงหลังสงคราม) และจบที่ปี 1954 ซึ่งเป็นปีที่บิดาแห่งคอมพิวเตอร์คนนี้จากโลกไปอย่างไม่สงบ

การลำดับภาพลักษณะดังกล่าวเป็นการเล่นกับสมองคนดู เสมือนการต่อจิ๊กซอว์ “ชีวิตของอลัน ทูริ่ง” ไปด้วย โดยรวมหนังทำได้ดี และส่งให้ได้เข้าชิงออสการ์สาขาลำดับภาพยอดเยี่ยม

แทบทุกคนคงเห็นพ้องต้องกันว่าสิ่งที่ดีที่สุดในหนังเรื่องนี้คือการแสดงอันมีเสน่ห์และมีพลังของ Benedict Cumberbatch เขารับผิดชอบบทบาท Alan Turing ได้ดีมาก เอาอยู่หมดทั้งในร่างเนิร์ด ร่างเฮิร์ต ร่างโกรธ หรือร่างกวน จะว่าไปแล้ว คาแรกเตอร์รวมๆ ก็คล้ายๆ กับตอนที่เขาเป็นนักสืบ Sherlock Holmes นั่นแหละ แต่ค่อนข้างมีมิติซับซ้อน ลึกลับ และน่าค้นหากว่ามาก

เรานึกภาพใครมารับบทนี้ไม่ออกเลยจริงๆ นอกจาก Benedict Cumberbatch คนนี้เท่านั้น เขาเหมาะกับบทอัจฉริยะกวนส้นที่พูดจาฉับๆๆ ที่สุดแล้ว คือโดยพื้นฐานเบ้าหน้าเขาเป็นคนฉลาด ดูแล้วเชื่อว่าเป็นนักคิดนักประดิษฐ์ ดังนั้น อย่าจับ Benedict ไปเป็นมังกรอีก เสียดายของ

สำหรับออสการ์สาขานักแสดงนำชาย บท Alan Turing ของ Benedict Cumberbatch คล้ายกับบท Chris Kyle สไนเปอร์ในตำนานชาติมะกันที่แสดงโดย Bradley Cooper ใน American Sniper ซึ่งได้เข้าชิงเหมือนกัน แต่เป็นฮีโร่คนละแบบคนละยุค กล่าวคือ Chris Kyle เป็นฮีโร่ที่ถือปืนอยู่เบื้องหน้าในสมรภูมิอิรัก แต่ Alan Turing เป็นฮีโร่ที่ถอดรหัสอยู่เบื้องหลังในสมัยสงครามโลก

ทั้งสองคนข้างต้นทำได้ดีไร้ที่ติ แต่เราคิดว่าบทของพวกเขายัง suffer หรือ drama ไม่พอที่จะคว้าออสการ์ โดยเฉพาะ Benedict Cumberbatch เนี่ย เล่นดีตีบทแตกกระจุยเลย แต่ไม่ได้เซอร์ไพรส์เท่าไหร่ เพราะค่อนข้างคงตัวจากซีรีส์ Sherlock และสุดท้ายรางวัลสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จึงตกเป็นของ Eddie Redmayne จาก The Theory of Everything เรียบร้อยโรงเรียน Cambridge

และตัวละครที่ดีเด่นรองลงมาและได้เข้าชิงทั้งลูกโลกทองคำและตุ๊กตาทองคือนางเอก Keira Knightley ที่แสดงเป็น Joan Clarke เราชอบเวลาสองคนนี้อยู่ด้วยกัน และชอบการใช้คำว่า “like you” เราชอบการเล่นคำคำนี้ เพราะในภาษาอังกฤษ “like you” สามารถเอาไปใช้ได้มากกว่าบริบท “ชอบคุณ” แต่มันเอาไปใช้ว่า “เหมือนคุณ” ได้ด้วย (หนังไม่ได้ตั้งใจจะสื่อมาอย่างนั้นหรอก เราคิดต่อยอดของเราเอง)

คาแรกเตอร์ของ Joan Clarke เธอเป็นผู้หญิงที่มีความคิดความฉลาดประหนึ่งเป็น “Alan Turing ในร่างสตรี” คือเหมือนมาก ยกเว้นพฤติกรรมที่จะสดใสกว่าและเข้าสังคมเก่งกว่า ไม่ได้ geek แบบ Alan Turing